ราคาน้ำมันทรงตัวหลังจากปรับขึ้น ขณะที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้อุปทานตึงตัว

by VT Markets
/
May 15, 2026

ประเด็นสำคัญ

  • CL-OIL ซื้อขายที่ 97.859 เพิ่มขึ้น 0.107 หรือ 0.11% โดยจุดสูงสุดของช่วงการซื้อขายอยู่ที่ 97.929 (CL-OIL คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures) น้ำมันดิบ WTI หรือราคาน้ำมันดิบอ้างอิงในตลาด)
  • น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: น้ำมันดิบอ้างอิงจากทะเลเหนือ ใช้เป็นราคากลางของหลายประเทศ) ขยับขึ้นใกล้ $107 ต่อบาร์เรล ขณะที่เวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (West Texas Intermediate/WTI: น้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐ) ใกล้ $102 ต่อบาร์เรล
  • IEA (International Energy Agency: หน่วยงานพลังงานระหว่างประเทศ) เตือนว่าตลาดจะยัง “ขาดแคลนอุปทานอย่างหนัก” จนถึง ตุลาคม แม้การสู้รบจะยุติในเดือนหน้า
  • เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์และสี จิ้นผิง หารือเรื่องการคงเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซให้เปิดเพื่อหนุนการค้าพลังงาน แต่รายงานทางการของจีนไม่ได้ระบุ “พลังงาน” เป็นหัวข้อ

ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปิดบวกทั้งสัปดาห์ เพราะช่องแคบฮอร์มุซยังปิด และความพยายามยุติสงครามอิหร่านยังไม่ชัดเจน น้ำมันดิบเบรนท์ขยับขึ้นใกล้ $107 ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ใกล้ $102 ต่อบาร์เรล

บนกราฟ CL-OIL ซื้อขายที่ 97.859 เพิ่มขึ้น 0.107 หรือ 0.11% ณ เวลา 05/15 04:20:34 GMT+3 (GMT+3 คือเขตเวลาที่เร็วกว่าเวลาโลกมาตรฐาน 3 ชั่วโมง) จุดสูงสุดของช่วงการซื้อขายอยู่ที่ 97.929 จุดต่ำสุด 97.184 ราคาเปิด 97.732 และราคาปิด 97.520

ตลาดไม่ได้ซื้อขายตามข่าว “หยุดยิง” อย่างเดียวแล้ว ผู้ซื้อขายต้องการหลักฐานว่าเรือสามารถกลับมาขนส่งได้อย่างปลอดภัย การปิดล้อมทางเรือของสหรัฐที่ท่าเรืออิหร่านยังคงอยู่ (การปิดล้อมทางเรือ: ใช้กองทัพเรือควบคุม/จำกัดการเข้าออกทางทะเล) และน่านน้ำรอบช่องแคบฮอร์มุซยังเสี่ยงสำหรับเรือพาณิชย์

มีเรือพาณิชย์ลำหนึ่งถูกยึดโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตใกล้ปากทางช่องแคบ และถูกพาไปยังน่านน้ำอิหร่าน ทำให้ “ค่าความเสี่ยง” ด้านการขนส่งสูงขึ้น (ค่าความเสี่ยง/พรีเมียมความเสี่ยง: ราคาที่ถูกบวกเพิ่มเพราะความไม่แน่นอน) กองทัพเรืออังกฤษรายงานว่าเรือลำดังกล่าวถูกพาออกจากพื้นที่ฟูไจราห์และมุ่งสู่น่านน้ำอิหร่าน ขณะที่รายงานอื่นระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่เตหะรานยังพยายามควบคุมเส้นทางเดินเรือในภูมิภาค

การคุยทรัมป์-สี เพิ่มมุมมองด้านอุปสงค์และการทูต

ผู้ซื้อขายน้ำมันติดตามการพบกันของทรัมป์และสี จิ้นผิงอย่างใกล้ชิด ทรัมป์พบผู้นำจีนในวันพฤหัสบดี และทั้งสองหารือเรื่องการทำให้ช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดเพื่อหนุนการค้าพลังงาน รวมถึงการเพิ่มการส่งออกน้ำมันจากสหรัฐไปจีน ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ส่วนรายงานทางการของจีนไม่ได้ระบุพลังงาน แต่ระบุว่ามีการพูดถึงตะวันออกกลาง

ความต่างของข้อมูลจากสหรัฐและจีนทำให้ตลาดระวัง หากปักกิ่งและวอชิงตันเห็นพ้องเรื่องการไหลของพลังงาน ราคาน้ำมันอาจลด “ส่วนบวกเพราะตื่นตระหนก” (panic premium: ราคาที่ถูกบวกเพิ่มจากความกลัวของตลาด) แต่ถ้าไม่มีแนวทางชัด ผู้ซื้อขายอาจยังรวมความเสี่ยงว่าฮอร์มุซจะยังเป็น “คอขวด” (chokepoint: จุดแคบที่ทำให้การขนส่งติดขัด) ในช่วงหน้าร้อนซีกโลกเหนือ

บทบาทของจีนสำคัญ เพราะมีรายงานว่าอิหร่านเริ่มอนุญาตให้เรือจีนบางส่วนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังมีความเข้าใจกันระหว่างเตหะรานและปักกิ่ง ช่องแคบนี้รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซราว 20% ของโลก ดังนั้นแม้การผ่านได้เพียงบางส่วนก็ทำให้ตลาดคาดหวังว่าอุปทานจะผ่อนคลาย

ทรัมป์เพิ่มความไม่แน่นอนผ่านโพสต์ Truth Social เช้าวันศุกร์ โดยพูดถึง “การทำลายกองทัพอิหร่าน (จะดำเนินต่อ!)” พร้อมกับบอกว่าหวังให้ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน “แข็งแกร่งและดีขึ้นกว่าที่เคย” ทำให้ผู้ซื้อขายต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการทูตกับความเสี่ยงความขัดแย้งที่อาจกลับมารุนแรง

คำเตือนจาก IEA ทำให้ส่วนบวกด้านอุปทานยังอยู่

สัปดาห์นี้ IEA ให้เหตุผลด้านอุปทานที่หนุนราคาน้ำมัน โดยระบุว่าสงครามทำให้ “สต็อกน้ำมันโลก” ลดลงเร็วเป็นประวัติการณ์ (สต็อก/สินค้าคงคลัง: ปริมาณน้ำมันที่เก็บสำรองไว้) และเตือนว่าตลาดจะยัง “ขาดแคลนอุปทานอย่างหนัก” จนถึงสิ้นไตรมาส 3 แม้ความขัดแย้งจะยุติช่วงต้นมิถุนายน กรณีฐาน (base case: สมมติฐานหลักที่ใช้คาดการณ์) ของ IEA ชี้ว่าสต็อกจะลดลงจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี จากนั้นอาจเริ่มเห็น “อุปทานเกิน” เล็กน้อย (surplus: มีมากกว่าความต้องการ)

คำเตือนนี้ทำให้คนที่รอซื้อเมื่อราคาย่อตัวยังเข้าซื้อ (dip buyers: ผู้ซื้อที่ซื้อเมื่อราคาลดลง) ฮอร์มุซปิด การปิดล้อมของสหรัฐ และสต็อกที่ลดลง ทำให้ราคาน้ำมันลงแรงได้ยาก แม้ตลาดกังวลเรื่องอุปสงค์

ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐเพิ่มแรงกดดันด้านการเมืองด้วย ราคาน้ำมันที่พุ่งส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศสูงขึ้น กดดันทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมใน พฤศจิกายน ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลด เพิ่มต้นทุนขนส่ง และทำให้เส้นทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve/Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) ซับซ้อนขึ้น หากเงินเฟ้อยังสูง

ยังมีการหยุดยิง แต่เจรจาสันติภาพไม่คืบ

มีการหยุดยิงตั้งแต่ต้น เมษายน แม้มีเหตุปะทุเป็นระยะ แต่ดูเหมือนว่าวอชิงตันและเตหะรานยังไม่คืบหน้าในการแก้ปัญหาหลัก

ทรัมป์กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่าข้อตกลงพักรบอยู่บน “เครื่องช่วยชีวิต” พร้อมวิจารณ์คำตอบของอิหร่านต่อข้อเสนอเพื่อยุติสงคราม ถ้อยคำแบบนี้ทำให้ราคาน้ำมันไวต่อข่าวเกี่ยวกับการเจรจา การเคลื่อนย้ายเรือ และกิจกรรมทางทหาร

สำหรับน้ำมัน แค่หยุดยิงยังไม่พอ ตลาดต้องเห็นเส้นทางกลับสู่การขนส่งปกติ จนกว่าเรือบรรทุกน้ำมันจะผ่านฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องมีการคุ้มกัน ไม่มีการยึดเรือ และไม่มีคำเตือนทางทหาร ผู้ซื้อขายมักยังบวก “ค่าความเสี่ยงด้านอุปทาน” (supply-risk premium: ส่วนเพิ่มของราคาเพราะเสี่ยงขาดของ) ใน Brent และ WTI

การวิเคราะห์ทางเทคนิค

CL-OIL ยังแกว่งตัวในช่วงกว้างแถว 97.85 โดยตลาดยังเรียกแรงส่งกลับมาไม่ได้เหมือนช่วงก่อนที่ผลักราคาขึ้นไปใกล้ จุดสูงสุด 119.42 ในเดือนมีนาคม ช่วงหลังกรอบการเคลื่อนไหวแคบลง บ่งชี้ว่าผู้ซื้อขายรอปัจจัยใหม่ระดับเศรษฐกิจมหภาคหรือภูมิรัฐศาสตร์ (macro/geopolitical catalyst: เหตุการณ์ใหญ่ที่กระตุ้นราคา เช่น นโยบายเศรษฐกิจหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ก่อนเลือกทิศทางชัดเจน

เชิงเทคนิค กราฟระยะสั้นค่อนข้างกลาง ๆ:

  • MA5: 98.51 (MA/ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม)
  • MA10: 98.85
  • MA20: 98.07

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อยู่ใกล้กันและเริ่มแบน ซึ่งมักหมายถึงแนวโน้มอ่อนลงและตลาดเข้าสู่การแกว่งในกรอบ (range-bound: ขึ้นลงในช่วงเดิม) ราคาเองก็แกว่งอยู่แถวกลุ่มค่าเฉลี่ย ย้ำว่าตลาดยังไม่เลือกทาง

ระดับสำคัญที่ควรจับตา:

  • แนวรับใกล้: 97.00 → 95.00 (แนวรับ: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุงราคา)
  • แนวรับหลัก: 87.25
  • แนวต้าน: 100.00 → 106.00 → 119.42 (แนวต้าน: ระดับราคาที่มักมีแรงขายกดราคา)

โซน 97–98 กลายเป็นจุดตัดสินใจระยะสั้น ผู้ซื้อป้องกันโซนนี้หลายครั้งในเดือนพฤษภาคม ทำให้ราคาย่อลึกต่อได้ยาก แม้แรงส่งจะลดลง

ด้านบน ราคาน้ำมันยังต้องขึ้นเหนือระดับจิตวิทยา 100 อย่างชัดเจนเพื่อให้มุมมองขาขึ้นกลับมา (ระดับจิตวิทยา: ตัวเลขกลมที่ตลาดให้ความสำคัญ) หากผ่านได้ อาจเปิดทางไปยังแนวต้านกว้างแถว 105–106 ซึ่งรอบก่อน ๆ มักเริ่มอ่อนแรง

แต่ถ้าราคาหลุด 95 โครงสร้างการแกว่งในกรอบอาจเสีย และอาจย่อลงลึกไปหาแนวรับหลักใกล้ 87 (การย่อตัว/รีเทรซ: การปรับลงชั่วคราวหลังขึ้นมา)

ภาพรวมปัจจัยเศรษฐกิจยังปนกันสำหรับน้ำมัน ความกังวลด้านอุปทานและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังช่วยพยุงราคา แต่คาดการณ์อุปสงค์โลกที่อ่อนลง และความระมัดระวังต่อกิจกรรมภาคอุตสาหกรรมของจีน ทำให้การขึ้นแรงต่อถูกจำกัด

ตลาดยังจับตาสัญญาณนโยบายของ OPEC+ (OPEC+ คือกลุ่มโอเปกและชาติพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมันที่ร่วมกันกำหนดแผนผลิต) รวมถึงข้อมูลสต็อกน้ำมันสหรัฐ และตัวชี้วัดเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับความต้องการจากภาคการผลิตและขนส่ง ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์สหรัฐที่ทรงตัวขึ้นทำให้แรงหนุนต่อสินค้าโภคภัณฑ์ (commodities: สินค้าพื้นฐานอย่างน้ำมัน โลหะ ธัญพืช) ลดลงเล็กน้อย

ปริมาณการซื้อขาย (volume: จำนวนการซื้อขาย ช่วยบอกความแรงของการเคลื่อนไหว) ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงแรลลี่เดือนมีนาคม สนับสนุนมุมมองว่าตลาดกำลังพักตัวมากกว่าจะเริ่มรอบทะลุกรอบใหม่ทันที

ตอนนี้ CL-OIL ยังเอนเอียง “กลาง ๆ แต่ระวังและค่อนข้างบวก” (bias: ความเอนเอียงของแนวโน้ม) ตราบใดที่ยังยืนเหนือโซนแนวรับ 95–97 แต่การขึ้นแรงน่าจะต้องเห็นการยืนเหนือ 100 อย่างต่อเนื่อง

คาดการณ์แบบระมัดระวัง

CL-OIL อาจยังแกว่งในกรอบ ตราบใดที่ต่ำกว่า 98.858 แต่สูงกว่า 97.184 หากปิดเหนือ 98.858 จะหนุนโอกาสขยับขึ้นไปใกล้ 105.968 โดยเฉพาะถ้าฮอร์มุซยังปิดและแรงกดดันจากสต็อกยิ่งตึงตัว

หากหลุด 97.184 แปลว่าตลาดลดการบวก “ค่าความเสี่ยงด้านอุปทาน” แต่ขาลงอาจยังจำกัดตราบใดที่การปิดล้อมของสหรัฐยังอยู่ และ IEA ยังเตือนว่าขาดแคลนหนักจนถึง ตุลาคม การเคลื่อนไหวรอบถัดไปน่าจะขึ้นกับความปลอดภัยของเรือในช่องแคบฮอร์มุซ สัญญาณจากการคุยสหรัฐ-อิหร่าน และว่าการคุยทรัมป์-สีเรื่องพลังงานจะทำให้อุปทานผ่อนคลายจริงหรือไม่

คำถามจากผู้ซื้อขาย

ทำไมราคาน้ำมันถึงมีแนวโน้มบวกทั้งสัปดาห์?

เพราะช่องแคบฮอร์มุซยังปิด และความพยายามสร้างสันติภาพในสงครามอิหร่านยังชะงัก

น้ำมันดิบเบรนท์ขยับขึ้นใกล้ $107 ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ใกล้ $102 ต่อบาร์เรล

ราคา CL-OIL ตอนนี้เท่าไร?

CL-OIL ซื้อขายที่ 97.859 เพิ่มขึ้น 0.107 หรือ 0.11%

จุดสูงสุดของช่วงการซื้อขายคือ 97.929 จุดต่ำสุด 97.184 ราคาเปิด 97.732 และราคาปิด 97.520

ทำไมช่องแคบฮอร์มุซถึงดันราคาน้ำมัน?

เพราะเป็นเส้นทางผ่านสำคัญของน้ำมันและก๊าซของโลก

ช่องแคบนี้รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซราว 20% ของโลก การปิดเส้นทางหรือความเสี่ยงในการเดินเรือสามารถดันค่าขนส่ง ค่าประกัน และ “ค่าความเสี่ยงด้านอุปทาน” ใน Brent และ WTI ให้สูงขึ้นได้เร็ว

สงครามอิหร่านกระทบอุปทานน้ำมันอย่างไร?

ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซปิด และทำให้การปิดล้อมทางเรือของสหรัฐที่ท่าเรืออิหร่านยังดำเนินอยู่

ตลาดยังตอบสนองต่อรายงานว่าเรือพาณิชย์ลำหนึ่งถูกยึดใกล้ปากทางช่องแคบและถูกพาเข้าไปในน่านน้ำอิหร่าน

ทำไมตลาดยังบวกค่าความเสี่ยงด้านอุปทาน?

เพราะการหยุดยิงยังไม่ทำให้การขนส่งกลับสู่ปกติ

แม้มีการหยุดยิงตั้งแต่ต้น เมษายน แต่สหรัฐและอิหร่านยังไม่คืบหน้าไปสู่ข้อตกลงที่ชัดเจน จนกว่าเรือจะผ่านฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ราคาน้ำมันอาจยังได้รับแรงพยุง


เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code