USD/CAD ปรับขึ้นเป็นวันที่สามในวันพฤหัสบดี ได้แรงหนุนจากความต้องการถือดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นักลงทุนประเมินพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุด โดยคู่เงินเพิ่มขึ้น 0.12% มาอยู่ใกล้ 1.3723 ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความเสี่ยงอุปทานสะดุดในตะวันออกกลางยังหนุนดอลลาร์แคนาดา (CAD) จึงจำกัดการขึ้นต่อของ USD/CAD โดยตลาดยังจับตาความตึงเครียดในภูมิภาคและผลกระทบต่อค่าเงินและสินค้าโภคภัณฑ์ (commodities: สินค้าอย่างน้ำมัน ทอง โลหะ และสินค้าเกษตรที่ซื้อขายในตลาดโลก)
การประชุมสุดยอด 2 วันที่ปักกิ่งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ครอบคลุมประเด็นการค้า การลงทุนระหว่างกัน และสงครามอิหร่าน โดยทรัมป์ระบุว่าสีเสนอความช่วยเหลือเกี่ยวกับอิหร่าน และต้องการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: ช่องทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) อีกครั้ง
การเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่านยังติดล็อก จากความเห็นต่างเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน และยังไม่เห็นสัญญาณความคืบหน้าในเร็ว ๆ นี้
ด้านข้อมูลสหรัฐ ยอดค้าปลีก (Retail Sales: มูลค่ายอดขายหน้าร้าน/ออนไลน์ของภาคค้าปลีก) เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนเมษายน ชะลอจาก 1.6% ในเดือนมีนาคม แต่สอดคล้องคาดการณ์ ขณะที่ยอดค้าปลีกในหมวด “Control Group” (Retail Sales Control Group: ชุดข้อมูลที่ตัดหมวดผันผวนบางส่วนออก ใช้สะท้อนการใช้จ่ายพื้นฐานและมักเชื่อมโยงกับการคำนวณ GDP) เพิ่มขึ้น 0.5% หลังจากเพิ่ม 0.8% ก่อนหน้า
ตลาดปรับเพิ่มโอกาสโดยนัย (implied chance: ความน่าจะเป็นที่คำนวนจากราคาสัญญาในตลาด ไม่ใช่การคาดเดาเชิงความเห็น) ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมเป็นราว 42% จากประมาณ 33% เมื่อวันก่อนหน้า อ้างอิงจาก CME FedWatch Tool (เครื่องมือที่ใช้ราคาฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อคำนวณความน่าจะเป็นการขึ้น/ลดดอกเบี้ย) ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) อยู่แถว 98.78 สูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์
จากสถานการณ์ปัจจุบัน ตลาดอยู่ในภาวะ “แรงดึงสองทาง” ระหว่างดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่ากับราคาน้ำมันสูงที่หนุนดอลลาร์แคนาดา แรงตึงระหว่างเฟดที่ส่งสัญญาณเข้มงวด (hawkish Fed: แนวโน้มให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อและพร้อมคง/ขึ้นดอกเบี้ย) และความเสี่ยงอุปทานน้ำมันตะวันออกกลางมีแนวโน้มทำให้ราคาแกว่งแรง (choppy price action: แกว่งขึ้นลงรวดเร็วและไม่เป็นแนวโน้มชัด) ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า นักลงทุนควรระมัดระวังการไล่ซื้อ USD/CAD โดยไม่มีปัจจัยใหม่ชัดเจนมาชี้ขาดทิศทาง
การเปลี่ยนแปลงของคาดการณ์ดอกเบี้ยถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะตลาดกำหนดโอกาสราว 42% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคม ซึ่งเปลี่ยนไปมากจากช่วงไม่นานก่อนหน้า แม้ยอดค้าปลีกเดือนเมษายนชะลอจากแรงพุ่งในเดือนมีนาคม แต่เงินเฟ้อที่ยังสูงจากรายงาน CPI ล่าสุดมากกว่า 3.5% (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) ทำให้เฟดยังมีเหตุผลที่จะคงท่าทีเข้มงวด ความแข็งแกร่งพื้นฐานของเศรษฐกิจสหรัฐจึงช่วยพยุงดอลลาร์ไม่ให้อ่อนมาก
อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันเป็นแรงต้านสำคัญต่อการขึ้นต่อของ USD/CAD โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI crude futures: สัญญาล่วงหน้าราคาน้ำมันดิบสหรัฐที่ซื้อขายในตลาด) ทรงตัวเหนือ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความขัดแย้งอิหร่าน ทำให้ CAD มีแรงหนุนชัดเจน ในอดีตช่วงราคาพลังงานสูงมักเห็น “ลูนี” (loonie: ชื่อเล่นของดอลลาร์แคนาดา) ทำผลงานดีกว่าค่าเงินอื่น แม้เทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่แข็งโดยรวม
ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ กลยุทธ์ออปชัน (options strategies: ใช้สัญญาที่ให้สิทธิ์ซื้อ/ขายในอนาคตเพื่อบริหารความเสี่ยง) อาจเหมาะกว่าในเชิงความเสี่ยงต่อผลตอบแทน โดยการซื้อสเปรดคอลของ USD/CAD (call spreads: ซื้อออปชัน “สิทธิซื้อ” ที่ราคาใช้สิทธิหนึ่ง และขายอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและกำหนดความเสี่ยงสูงสุด) อาจช่วยให้ได้ประโยชน์หากขยับขึ้นสู่ 1.3800 ขณะเดียวกันขาดทุนสูงสุดถูกจำกัดหากราคาน้ำมันพุ่งและกดคู่เงินลง เป็นวิธีแสดงมุมมองเชิงบวกโดยไม่รับความเสี่ยงแบบไม่จำกัดในภาวะผันผวน