ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA: หน่วยงานรัฐที่รวบรวมและเผยแพร่สถิติพลังงาน) ระบุว่า ปริมาณก๊าซธรรมชาติในคลังเพิ่มขึ้น 85 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf: billion cubic feet หรือ “หนึ่งพันล้านลูกบาศก์ฟุต”) ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 8 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับที่ตลาดคาดไว้ที่ 85 พันล้านลูกบาศก์ฟุต
รายงานนี้หมายถึง “ก๊าซที่ใช้งานได้” (working gas: ปริมาณก๊าซในคลังที่สามารถนำออกมาใช้หรือขายได้) ที่เก็บในคลังใต้ดินของสหรัฐ และวัด “การเปลี่ยนแปลงสุทธิรายสัปดาห์” (net change: ปริมาณที่เพิ่มเข้าคลังลบด้วยปริมาณที่ถอนออก)
การเพิ่มขึ้น 85 พันล้านลูกบาศก์ฟุต หมายความว่า สัปดาห์ดังกล่าวมีการ “อัดฉีดเข้าคลัง” (injection: เติมก๊าซเข้าคลังเก็บ) มากกว่า “การถอนออก” (withdrawal: ดึงก๊าซออกจากคลัง) และตัวเลขที่รายงานออกมาก็ตรงกับระดับที่คาดการณ์ไว้
เมื่อผลออกมาตามคาด ตลาดจึงไม่ได้เห็นการแกว่งตัวของราคามากนัก ตัวเลขนี้ช่วยลดความไม่แน่นอนในระยะสั้น และสะท้อนว่าอุปทานกำลังเพิ่มขึ้นในระดับปกติสำหรับช่วงเวลานี้ของปี โดยภาพรวมตอนนี้ตลาดยังค่อนข้างสมดุล
การอัดฉีดครั้งล่าสุดทำให้ปริมาณ working gas ในคลังรวมอยู่ที่ราว 2,645 Bcf ถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างมาก โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีประมาณ 350 Bcf หรือ 15% (ค่าเฉลี่ย 5 ปี: ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ใช้เป็นฐานเปรียบเทียบภาวะ “ตึงตัว/ล้นตลาด”) ส่วนเกินนี้น่าจะช่วยกดไม่ให้ราคาปรับขึ้นแรง เว้นแต่จะมีข่าวบวกที่ทำให้ฝั่งอุปสงค์เพิ่มหรือฝั่งอุปทานตึงตัวแบบไม่คาดคิด
หลังรายงานคลังผ่านไป ปัจจัยที่ต้องจับตาคือพยากรณ์อากาศในช่วง 2–6 สัปดาห์ข้างหน้า แบบจำลองช่วงต้นชี้ว่าอาจเริ่มเดือนมิถุนายนที่ร้อนกว่าค่าเฉลี่ยในพื้นที่ใช้พลังงานสูงอย่างเท็กซัสและภาคตะวันออกเฉียงใต้ หากเกิดคลื่นความร้อนต่อเนื่อง จะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพื่อทำความเย็นเพิ่มขึ้นมาก และเริ่มลดส่วนเกินในคลังลง
เมื่อความผันผวน (volatility: ความแกว่งของราคา) มีแนวโน้มลดลงจากตัวเลขที่ออกมาตามคาด จึงอาจเป็นจังหวะพิจารณา “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อ/ขายในอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ) สัญญาณที่ขัดกันระหว่างส่วนเกินในคลังที่สูง กับความเสี่ยงอากาศร้อนในฤดูร้อน อาจทำให้ราคาเหวี่ยงแรงได้ การซื้อคอลออปชัน (call option: สิทธิในการซื้อ) เดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคมเป็นทางเลือกสำหรับการเก็งว่าราคาจะขึ้นในฤดูร้อน ขณะที่สแตรดเดิล (straddle: ซื้อคอลและพุตพร้อมกันที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังให้ได้กำไรหากราคาเหวี่ยงแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) อาจให้ผลตอบแทนหากตลาดเคลื่อนไหวแรงไปทางใดทางหนึ่ง