ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ (Control Group) ชะลอตัว หนุนคาดการณ์เฟดคงดอกเบี้ย และอาจลดปลายปี

by VT Markets
/
May 14, 2026

ยอดค้าปลีกสหรัฐใน “กลุ่มควบคุม” (control group: หมวดข้อมูลยอดขายที่ใช้คำนวณการใช้จ่ายของผู้บริโภคใน GDP โดยตัดหมวดที่ผันผวนอย่างรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และบริการอาหารออก) เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนเมษายน

เดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 0.7%

การชะลอตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภคจาก 0.7% เหลือ 0.5% สะท้อนว่าผลของการขึ้นดอกเบี้ยในอดีตของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed: ธนาคารกลางที่กำหนดนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐ) ยังค่อย ๆ ส่งผลต่อเศรษฐกิจ เรามองว่านี่เป็นสัญญาณยืนยันว่าผู้บริโภคระมัดระวังมากขึ้น แต่ยังไม่ทรุดตัว ตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียวไม่ใช่สัญญาณเศรษฐกิจถดถอย (recession: เศรษฐกิจหดตัวต่อเนื่อง) แต่เป็นสัญญาณว่าแรงใช้จ่ายกำลัง “เย็นลง” อย่างค่อยเป็นค่อยไป

รายงานนี้สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดอื่น ๆ ที่ชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอลง เช่น รายงาน CPI ล่าสุด (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) ที่ระบุว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาอาหารและพลังงานที่ผันผวนออก) ลดลงมาอยู่ที่ 3.2% ต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2024 อีกทั้งจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (initial jobless claims: ผู้ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือว่างงานรายใหม่) ขยับขึ้นเล็กน้อย โดยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ (4-week moving average: ค่าเฉลี่ยเพื่อทำให้แนวโน้มเรียบขึ้น) อยู่ที่ 225,000 ภาพรวมเหล่านี้ทำให้โอกาสที่เฟดจะ “คงดอกเบี้ย” (remain on hold: ไม่ขึ้นและไม่ลดดอกเบี้ย) ตลอดช่วงฤดูร้อนมีน้ำหนักมากขึ้น

สำหรับผู้ซื้อขายอัตราดอกเบี้ย ข้อมูลนี้หนุนมุมมองว่าวงจรการใช้นโยบายการเงินตึงตัว (tightening cycle: ช่วงที่ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกดเงินเฟ้อ) ที่เป็นธีมหลักของปี 2025 น่าจะสิ้นสุดแล้ว ควรพิจารณาเพิ่มสถานะที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยทรงตัวหรือลดลง เช่น การซื้อออปชัน “คอล” (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาและเวลาที่กำหนด) บนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาซื้อขายที่ตกลงราคาไว้ล่วงหน้า) ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุปานกลาง (Treasury note futures: ฟิวเจอร์สอ้างอิงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เช่น อายุ 2-10 ปี) ขณะที่ความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ยภายในสิ้นปีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ในตลาดหุ้น สถานการณ์ “ข่าวร้ายกลับเป็นข่าวดี” อาจช่วยพยุงตลาดระยะสั้น เพราะความเสี่ยงที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมลดลง อย่างไรก็ดี คาดว่าความผันผวน (volatility: การแกว่งตัวของราคา) จะสูงขึ้น เนื่องจากตลาดจะถกเถียงว่าเศรษฐกิจชะลอจะกดกำไรบริษัท (earnings: กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน) มากกว่าที่จะช่วยให้มูลค่าหุ้นดูถูกลงหรือไม่ เรามองว่าการซื้อคอลออปชันบนดัชนี VIX (VIX: ดัชนีวัดความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ) ที่หมดอายุเดือนมิถุนายน เป็นวิธีต้นทุนต่ำในการป้องกันความไม่แน่นอนนี้ (hedge: ลดความเสี่ยงของพอร์ต)

ข้อมูลนี้เปิดโอกาสต่อกลยุทธ์แบบเลือกเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรม การชะลอการใช้จ่ายจะกระทบหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (consumer discretionary: สินค้า/บริการไม่จำเป็น เช่น เสื้อผ้า ท่องเที่ยว ของใช้ราคาแพง) มากกว่ากลุ่มอื่น เรามองการซื้อออปชัน “พุต” (put options: สิทธิในการขายสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาและเวลาที่กำหนด) บนกองทุน ETF อย่าง XLY (ETF: กองทุนดัชนีที่ซื้อขายเหมือนหุ้น; XLY เป็น ETF กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยของสหรัฐ) เป็นทางเลือกที่เหมาะสม

มุมมองที่เฟด “ผ่อนคลายมากขึ้น” (dovish: โน้มเอียงไปทางลดดอกเบี้ย/ผ่อนคลายนโยบาย) ยังมีแนวโน้มกดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะหากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังส่งสัญญาณ “เข้มงวด” (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อ มักหมายถึงแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย) เราเห็นโอกาสที่ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก; DXY) จะทดสอบระดับต่ำสุดของปีอีกครั้ง กลยุทธ์อนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าผูกกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) ที่เดิมพันฝั่งดอลลาร์อ่อน เช่น การซื้อพุตบน ETF UUP (UUP: ETF ที่เคลื่อนไหวตามค่าเงินดอลลาร์) เริ่มน่าสนใจมากขึ้น

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code