ปริมาณเงิน M2 ของจีนเพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน ขณะที่ตลาดคาด 8.5%
ตัวเลขเดือนเมษายนสูงกว่าคาด 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ ข้อมูลนี้เป็นอัตราการเติบโตของ M2 รายปี ซึ่งเป็น “ปริมาณเงินในระบบแบบกว้าง” หรือเงินรวมในเศรษฐกิจ เช่น เงินสด เงินฝากออมทรัพย์ และเงินฝากประจำ
สัญญาณสภาพคล่องและฉากหลังนโยบาย
การที่ M2 ของจีนเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนเมษายน สะท้อนว่าธนาคารกลางยังเติม “สภาพคล่อง” (เงินที่หมุนเวียนและพร้อมใช้ในระบบการเงิน) เข้าสู่เศรษฐกิจต่อเนื่อง เพื่อพยุงการเติบโตและเสถียรภาพการเงิน แนวทาง “ผ่อนคลายนโยบายการเงิน” (ใช้นโยบายให้เงินไหลเวียนมากขึ้น เช่น อัดฉีดเงินหรือกดต้นทุนทางการเงินให้ต่ำ) มีแนวโน้มดำเนินต่อ โดยเฉพาะเมื่อ GDP ไตรมาส 1/2026 โตเพียง 4.8%
สภาพคล่องที่มากขึ้นมักหนุน “ราคาสินทรัพย์” (เช่น หุ้น) ทำให้มุมมองต่อหุ้นจีนเป็นบวก ดัชนี CSI 300 (ดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ของจีนแผ่นดินใหญ่) ปรับขึ้นแล้วกว่า 9% จากจุดต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และแรงหนุนนโยบายอาจช่วยต่อยอดการขึ้นรอบถัดไป ผู้ลงทุนอาจพิจารณา “ออปชันคอล” (สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) บนดัชนีหุ้นจีนหลัก เพื่อรับโอกาสจากการปรับขึ้นในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
ขณะเดียวกัน ปริมาณเงินที่เพิ่มขึ้นมักกดดันค่าเงินท้องถิ่นให้ “อ่อนค่า” ธนาคารกลางดูเน้นการเติบโตในประเทศมากกว่าการทำให้หยวนแข็งค่า ดังนั้นคาดว่า “หยวนนอกประเทศ (CNH)” (ค่าเงินหยวนที่ซื้อขายนอกจีนแผ่นดินใหญ่ เช่น ฮ่องกง) อาจอ่อนเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ และผู้ค้าควรมองกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการที่ “USD/CNH” (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์ต่อหยวน) ปรับสูงขึ้น
มาตรการกระตุ้นยังเป็นบวกต่อ “สินค้าโภคภัณฑ์อุตสาหกรรม” (วัตถุดิบสำหรับการผลิต เช่น ทองแดงและแร่เหล็ก) เพราะจีนใช้ทองแดงและแร่เหล็กมากกว่าครึ่งของโลก หากย้อนไปปี 2023 มาตรการกระตุ้นเคยหนุนราคาวัตถุดิบให้ปรับขึ้นแม้อุปสงค์โลกอ่อนแอ การถือครอง “สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองแดง” ผ่าน “ออปชัน” (สัญญาที่ให้สิทธิ ไม่ใช่ภาระผูกพัน ในการซื้อหรือขาย) อาจเป็นทางเลือกเพื่อรับโอกาสจากความต้องการที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น