อินเดียปรับขึ้นภาษีนำเข้าทองคำและเงิน เพื่อพยุงค่าเงินรูปี และลดแรงกดดันต่อทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ (เงินสำรองสกุลต่างประเทศที่ธนาคารกลางถือไว้เพื่อใช้ดูแลเสถียรภาพค่าเงิน) ท่ามกลางความขัดแย้งอิหร่านที่ยังดำเนินอยู่
ภาษีนำเข้าทองคำและเงินเพิ่มจาก 6% เป็น 15% มากกว่าสองเท่าจากเดิม
อินเดียเป็นผู้บริโภคทองคำรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก และต้องพึ่งพาการนำเข้าเพื่อรองรับความต้องการส่วนใหญ่ ทองคำและเงินคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 11% ของการนำเข้าทั้งหมดของอินเดีย
ภาษีที่สูงขึ้นคาดว่าจะทำให้ความต้องการซื้อทองคำแท่งและทองคำจริง (การซื้อขายทองคำที่มีการส่งมอบจริง ไม่ใช่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ในอินเดียลดลงในระยะสั้น และทำให้ปริมาณการนำเข้าชะลอลง
สำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายตราสารอนุพันธ์ (สัญญาการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์สและออปชัน) การฟื้นตัวของอุปสงค์อินเดียช่วยลดแรงกดดันด้านลบที่เคยกดทับตลาดอยู่ช่วงปีก่อน การรับซื้อทองคำจริงที่กลับมาเป็นแรงพยุงราคาที่ดีขึ้นให้กับทองคำ ซึ่งกำลังเคลื่อนไหวในกรอบแถวระดับ 2,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดย “การเคลื่อนไหวในกรอบ” หมายถึงราคายังไม่เลือกทิศทางชัดเจนขึ้นหรือลง
แรงหนุนจากผู้บริโภคยังเกิดขึ้นพร้อมกับการซื้ออย่างต่อเนื่องจากธนาคารกลาง (หน่วยงานการเงินของรัฐที่ดูแลนโยบายการเงินและเงินสำรองระหว่างประเทศ) ซึ่งซื้อเพิ่มรวมกว่า 200 ตันทั่วโลกในไตรมาส 1/2026 ดังนั้นผู้เล่นตลาดควรระวังการเปิดสถานะขาย (ชอร์ต) จำนวนมาก เพราะเมื่อแรงซื้อรายย่อยฟื้นตัวและแรงซื้อจากหน่วยงานรัฐยังต่อเนื่อง โอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นยังมีมากกว่า