ตลาดการเงินค่อนข้างเงียบในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี เนื่องจากนักลงทุนรอข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชุดใหม่ และความคืบหน้าการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ส) ของดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นเล็กน้อยในช่วงการซื้อขายยุโรป
เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าหลัง “ดัชนีราคาผู้ผลิต” (PPI: ใช้วัดเงินเฟ้อฝั่งต้นทุนของผู้ผลิต/ราคาขายส่ง) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 6% ในเดือนเมษายน จาก 4.3% ในเดือนมีนาคม สูงกว่าคาดที่ 4.9% ดัชนีดอลลาร์ (USD Index: ค่าดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) ปรับขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกัน ก่อนทรงตัวแถว 98.50 ขณะที่ตลาดหันไปจับตา “ดัชนีราคานำเข้าและส่งออก” (Import/Export Price Indices: ต้นทุนสินค้าข้ามแดน), ยอดค้าปลีก (Retail Sales: ยอดขายหน้าร้าน/การใช้จ่ายผู้บริโภค) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ครั้งแรก (Initial Jobless Claims: ภาพตลาดแรงงานล่าสุด)
สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า ทรัมป์ถูกแจ้งว่า หากจัดการประเด็นไต้หวันผิดพลาดอาจนำไปสู่การปะทะหรือความขัดแย้ง และทำให้ความสัมพันธ์อยู่ใน “สถานการณ์ที่อันตรายมาก” วาระคาดว่าจะรวมถึงความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน การค้า วิกฤตยูเครน และคาบสมุทรเกาหลี
ในสหราชอาณาจักร ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP: มูลค่ากิจกรรมเศรษฐกิจรวม) ไตรมาส 1 โต 1.1% เทียบรายปี สูงกว่าคาด 0.8% ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมีนาคมลดลง 0.2% ขณะที่การผลิตภาคการผลิต (Manufacturing) เพิ่มขึ้น 1.2% GBP/USD ทรงตัวเหนือ 1.3500 แทบไม่เปลี่ยนแปลง
USD/JPY อยู่ใกล้ 158.00 หลังปรับขึ้นต่อเนื่อง 3 วัน ขณะที่ญี่ปุ่นพิจารณาใช้งบประมาณเพิ่มเติมปีงบประมาณ 2026 เพื่อชดเชยราคาน้ำมันที่สูงขึ้น EUR/USD ทรงตัวใกล้ 1.1700 หลังมาร์ตินส์ คาซัคส์ จาก ECB ระบุว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยได้ หากราคาน้ำมันทำให้ “ความคาดหวังเงินเฟ้อ” (inflation expectations: การคาดการณ์เงินเฟ้อของภาคธุรกิจและประชาชน ซึ่งมีผลต่อการตั้งราคาและค่าแรง) สูงขึ้น
ทองคำแกว่งตัวแคบใกล้ 4,700 ดอลลาร์ หลังลดลงเล็กน้อยในวันพุธ