GBP/USD ปิดวันพุธแทบไม่เปลี่ยนแปลง หลังแกว่งในวันราว 65 pips (จุดย่อยของค่าเงิน; 1 pip ของคู่นี้เท่ากับ 0.0001) โดยราคาขึ้นช่วงตลาดลอนดอน ร่วงแรงในช่วงสหรัฐจนทำจุดต่ำสุดของวัน ก่อนฟื้นในนิวยอร์กกลับมาใกล้ระดับเปิด
การเมืองอังกฤษกดดันเงินปอนด์ หลัง ส.ส. พรรคแรงงานมากกว่า 80 คนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ลาออกจากตำแหน่ง หลังผลเลือกตั้งท้องถิ่นออกมาแย่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของอังกฤษปี 2026 เหลือ 0.8% จาก 1.3% และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1 ในวันพฤหัสฯ เป็นข้อมูลสำคัญถัดไปของอังกฤษ (GDP = ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ สะท้อนการเติบโตเศรษฐกิจ)
ฝั่งสหรัฐ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI: สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อในระดับต้นทุนของผู้ผลิต) เดือนเมษายนออกมาดีกว่าคาด โดยตัวเลขหลักเพิ่มขึ้น 1.4% จากเดือนก่อน (คาด 0.5%) และ 6.0% เมื่อเทียบรายปี (คาด 4.9%) ส่วน PPI พื้นฐาน (Core: ตัดหมวดผันผวน เช่น อาหารและพลังงาน) เพิ่มขึ้น 1.0% จากเดือนก่อน (คาด 0.3%) ขณะที่ยอดค้าปลีกและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐมีกำหนดประกาศวันพฤหัสฯ
กราฟ 15 นาที GBP/USD อยู่ที่ 1.3528 ต่ำกว่าระดับเปิดวัน 1.3538 ขณะที่ Stochastic RSI อยู่ที่ 72.24 (ตัวชี้วัดโมเมนตัม/ภาวะซื้อมาก-ขายมาก) ส่วนกราฟ 4 ชั่วโมง ราคายังอยู่เหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA: ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า) ระยะ 200 แท่ง ที่ 1.3504 โดย Stochastic RSI อยู่ระดับช่วงกลางเลขหลักสิบ และแนวรับสำคัญอยู่ที่ 1.3500–1.3505