ฟรองซัวส์ วิลเลอรัว เดอ กาโล (François Villeroy de Galhau) สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบาย (Governing Council) ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส ระบุว่า ธนาคารกลางต้องพร้อมดำเนินการเพื่อรับมือ “ผลกระทบรอบสอง” (second-round effects) ซึ่งหมายถึงกรณีที่เงินเฟ้อรอบแรกไปกระตุ้นให้ค่าแรงและต้นทุนอื่น ๆ เพิ่มขึ้น แล้วส่งต่อกลับมาดันราคาสินค้าและบริการขึ้นอีกระลอก ทำให้เงินเฟ้อฝังตัวและลดลงยากขึ้น
เขากล่าวว่า ขณะนี้ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอเกี่ยวกับ “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (core inflation) ซึ่งหมายถึงเงินเฟ้อที่ตัดรายการที่ผันผวนมากอย่างพลังงานและอาหารออก เพื่อดูแรงกดดันราคาที่แท้จริงในระบบเศรษฐกิจ
ณ เวลาที่เขียนข่าว EUR/USD ลดลง 0.08% อยู่ที่ 1.1730 ในวันนั้น
Implications For Ecb Policy
ตลาดต้องเตรียมรับความเป็นไปได้ที่ ECB จะเข้าไปจัดการเพื่อสกัด “ผลกระทบรอบสอง” ของเงินเฟ้อ ข้อมูลล่าสุดเดือนเมษายน 2026 ชี้ว่า “เงินเฟ้อทั่วไป” (headline inflation) ซึ่งหมายถึงเงินเฟ้อรวมทุกหมวด กลับขึ้นมาอยู่ที่ 2.8% และทำให้กังวลว่า “ค่าแรงที่สูงขึ้น” กำลังส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการโดยตรง ประเด็นนี้ทำให้ตลาดจับตาการตัดสินใจครั้งถัดไปของ ECB เพราะจะเป็นบททดสอบว่าธนาคารกลางจะยอมให้เงินเฟ้อ “สูงกว่าเป้าหมาย 2%” ได้นานแค่ไหน
ภาพของเงินเฟ้อพื้นฐานเริ่มชัดขึ้น และไม่เป็นไปตามที่ตลาดเคยหวังไว้เมื่อต้นปี เงินเฟ้อพื้นฐาน (ตัดราคาพลังงานและอาหารที่แกว่งแรงออก) ยังสูงอยู่ที่ 3.1% สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาภายในเศรษฐกิจยังมาก ทำให้ ECB ลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ยาก
สำหรับผู้เทรด “อนุพันธ์” (derivatives) ซึ่งหมายถึงสัญญาการเงินที่มูลค่าอ้างอิงกับสินทรัพย์/ดอกเบี้ย เช่น ฟิวเจอร์สและออปชัน นัยคือ ตลาดอาจต้องลดความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยแรง ๆ ที่เคยประเมินไว้ช่วงปลายปี 2025 “ฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ย” (interest rate futures) ซึ่งเป็นสัญญาที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยในอนาคต ควรถูกปรับให้สอดคล้องกับมุมมอง “ดอกเบี้ยสูงอยู่นาน” (higher for longer) ของ ECB โอกาสที่ ECB จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายนตอนนี้ต่ำกว่า 20% ลดลงมากเมื่อเทียบกับเพียงสองเดือนก่อน
What It Means For Traders
ในตลาดเงินตรา การเปลี่ยนท่าทีไปทาง “เข้มงวด” (hawkish) ซึ่งหมายถึงให้ความสำคัญกับการคุมเงินเฟ้อและมีแนวโน้มคง/ขึ้นดอกเบี้ย ทำให้เงินยูโรน่าสนใจขึ้น โดยเมื่อ EUR/USD ซื้อขายใกล้ 1.0850 ผู้เทรดอาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากยูโรแข็งค่า เช่น การซื้อ “คอลออปชัน” (call options) ซึ่งเป็นสัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด ระดับที่ต่างจาก 1.1730 ในอดีตสะท้อนว่าความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยส่งผลต่อคู่เงินนี้มาก
ความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นเกี่ยวกับทิศทางของ ECB กำลังดัน “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility) ให้สูงขึ้น ซึ่งหมายถึงค่าความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน (ไม่ใช่ความผันผวนจากข้อมูลย้อนหลัง) เราเคยเห็นรูปแบบคล้ายกันในปี 2025 ตอนตลาดพยายามเดาว่าจะเริ่มลดดอกเบี้ยเมื่อใด ผู้เทรดสามารถใช้กลยุทธ์ออปชันอย่าง “สแตรดเดิล” (straddle) คือซื้อคอลและพุทที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อเก็งว่าราคาจะเคลื่อนไหวแรงไม่ว่าทิศทางใด ก่อนการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อและการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายครั้งถัดไป