ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ทรงตัวหลังปรับขึ้นติดต่อกัน 2 วัน โดยซื้อขายใกล้ระดับ 98.30 ในช่วงการซื้อขายเอเชียวันพุธ ดัชนีนี้ใช้วัดค่า “เงินดอลลาร์สหรัฐ” เทียบกับ 6 สกุลเงินหลัก
เงินดอลลาร์ได้แรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่าอิหร่าน “อยู่ภายใต้การควบคุม” และพูดถึง 2 ทางเลือก ได้แก่ การทำข้อตกลงใหม่ หรือ “ทำลายล้าง” (หมายถึงการใช้กำลังรุนแรงจนฝ่ายตรงข้ามเสียหายหนัก)
คาเซม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า ข้อตกลงสันติภาพต้องมี “ค่าชดเชยความเสียหาย” (reparations คือเงิน/การชดใช้ให้กับความเสียหายจากความขัดแย้ง), การยอมรับ “อธิปไตย” (sovereignty คือสิทธิในการปกครองและตัดสินใจเหนือดินแดน) เหนือช่องแคบฮอร์มุซ และการยุติ “มาตรการคว่ำบาตร” ของสหรัฐทั้งหมด (sanctions คือการลงโทษทางเศรษฐกิจ เช่น จำกัดการค้า/การเงิน) ปัจจัยเหล่านี้เพิ่มความไม่แน่นอนให้ตลาด
ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐยังหนุนดอลลาร์ และทำให้ตลาดคาดว่า “นโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น” (tighter policy คือการขึ้นดอกเบี้ยหรือคุมสภาพคล่องเพื่อกดเงินเฟ้อ) โดย CPI เดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบเดือนก่อน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อรายปีอยู่ที่ 3.8% สูงสุดตั้งแต่พฤษภาคม 2023
ส่วน Core CPI (เงินเฟ้อพื้นฐาน คือ CPI ที่ตัดราคาอาหารและพลังงานซึ่งผันผวนออก) เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบรายปี ตลาดลดโอกาส “ลดดอกเบี้ย” ปีนี้ และเริ่มให้ราคาโอกาส “ขึ้นดอกเบี้ย” 0.25% ในเดือนธันวาคม (quarter-point คือ 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์)
ขณะนี้ตลาดจับตาข้อมูล “เงินเฟ้อผู้ผลิต” ที่จะประกาศ (producer inflation เช่น PPI คือดัชนีราคาสินค้าหน้าโรงงาน/ต้นน้ำ) เพื่อดูสัญญาณว่า “สงครามในอิหร่าน” กระทบเศรษฐกิจสหรัฐอย่างไร
เมื่อมองย้อนจากปี 2025 เราจำได้ว่ามีช่วงที่ดัชนี DXY ถูกดันขึ้นจาก “ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์” (geopolitical risk คือความเสี่ยงจากเหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศ/สงคราม) ในตะวันออกกลาง ผสมกับข้อมูลเงินเฟ้อที่สูงเกินคาด พลวัตนี้ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องคงท่าที “เข้มงวด” (hawkish คือเอนเอียงไปทางขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ) ซึ่งเป็นสัญญาณหนุนดอลลาร์แข็งค่า เราเห็นสภาพแวดล้อมคล้ายกันเริ่มก่อตัวในวันนี้
รายงานดัชนี CPI ล่าสุดเดือนเมษายน 2026 ระบุว่า core inflation ทรงตัวที่ 3.5% ต่อปี สูงกว่า “เป้าหมายเงินเฟ้อ” ของเฟดมาก และทำให้ความหวังการ “ลดดอกเบี้ยช่วงฤดูร้อน” ลดลง เงินเฟ้อที่ยังสูงทำให้ตลาดเชื่อว่า “ดอกเบี้ยจะอยู่ระดับสูงนานขึ้น” (remain elevated for longer คือคงดอกเบี้ยสูง/ไม่รีบลด) โดยสัปดาห์นี้ ตลาดสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (fed funds futures คือสัญญาที่สะท้อนความคาดหวังดอกเบี้ยเฟดในอนาคต) ให้โอกาส “ลดดอกเบี้ย” ก่อนสิ้นปีนี้น้อยกว่า 50%
แรงกดดันเศรษฐกิจดังกล่าวซ้อนกับความกังวลภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่ คราวนี้อยู่ที่ “ความปลอดภัยของเส้นทางการค้า” ในทะเลจีนใต้ กระตุ้นให้เกิด “แรงย้ายเงินไปสินทรัพย์ปลอดภัย” (flight to safety คือการซื้อสินทรัพย์ที่เสี่ยงต่ำ เช่น ดอลลาร์/พันธบัตร) สถานการณ์นี้สนับสนุนกลยุทธ์ “ถือฝั่งซื้อดอลลาร์” (long the US Dollar คือคาดว่าดอลลาร์จะแข็งค่า) โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ธนาคารกลางส่งสัญญาณนโยบาย “ผ่อนคลาย” มากกว่า (dovish คือเอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ย/กระตุ้นเศรษฐกิจ) ผู้ลงทุนใน “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives คือสัญญาการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) อาจพิจารณาซื้อ “คอลออปชัน” (call option คือสิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาที่กำหนด) บนดัชนี DXY ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ความไม่แน่นอนจากทั้งเงินเฟ้อและความตึงเครียดโลกบ่งชี้ว่า “ความผันผวนของตลาด” มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยดัชนีความผันผวน CBOE (VIX คือดัชนีที่สะท้อนความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐระยะสั้น) กระโดดมากกว่า 15% ในเดือนที่ผ่านมา จากช่วงต้นระดับ 13 ขึ้นมาเหนือ 15 การวางตำแหน่งผ่านอนุพันธ์ เช่น “คอลออปชันบน VIX” (VIX call options คือสิทธิซื้อสัญญาที่อิง VIX เพื่อได้ประโยชน์เมื่อความผันผวนเพิ่ม) อาจทำกำไรได้ หรือใช้เป็น “เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงพอร์ต” (hedge คือการลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวที่ไม่พึงประสงค์)
จากการปรับมุมมองคาดการณ์เฟดใหม่ โอกาสใน “อนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย” (interest rate derivatives คืออนุพันธ์ที่อิงอัตราดอกเบี้ย เช่น ฟิวเจอร์ส/สวอป) ก็เริ่มชัดขึ้น ข้อมูลอดีตปลายปี 2023 และต้นปี 2024 ชี้ว่า ความคาดหวังดอกเบี้ยสามารถเปลี่ยนเร็วและทำให้ “อัตราผลตอบแทนพันธบัตร” (bond yields คือผลตอบแทนที่นักลงทุนได้จากพันธบัตร) แกว่งแรง ผู้ลงทุนอาจพิจารณากลยุทธ์ที่คาดว่า “ดอกเบี้ยยังสูง” เช่น “ขายสัญญาฟิวเจอร์ส SOFR” สำหรับส่งมอบปลายปี 2026 (SOFR futures คือสัญญาล่วงหน้าอิงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง SOFR ซึ่งสะท้อนดอกเบี้ยตลาดเงินสหรัฐระยะสั้น; การขายสัญญาเป็นการวางเดิมพันกับการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยตามโครงสร้างราคาของสัญญา)