นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ DBS หม่าถี่ยิง ได้ปรับมุมมองต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายของไต้หวัน หลังปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 2026 สำหรับ GDP เป็น 9.4% และ CPI เป็น 1.9% โดยขณะนี้คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ขนาด 12.5 bps (จุดพื้นฐาน: 1 bps = 0.01%) ในไตรมาส 3 ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยส่วนลดนโยบาย (policy discount rate: อัตราดอกเบี้ยหลักของธนาคารกลางที่ใช้เป็นสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) ขยับจาก 2.00% เป็น 2.125%
ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่า ธนาคารกลางอาจคงดอกเบี้ยไว้ในการประชุมนโยบายเดือนมิ.ย. ขณะที่ดัชนีนำ (leading indicators: ตัวชี้วัดล่วงหน้าที่ช่วยคาดทิศทางเศรษฐกิจ/เงินเฟ้อ) ชี้ว่า CPI ทั่วไป (headline CPI: เงินเฟ้อรวมทุกหมวด รวมอาหารและพลังงานที่ผันผวน) จะขึ้นเหนือ 2% ตั้งแต่เดือนพ.ค. และแตะราว 2.5% ช่วงกลางปี
คาดว่าแรงส่งผ่าน (pass-through: ต้นทุนที่สูงขึ้นถูกผลักไปยังราคาสินค้าและบริการ) ไปยังเงินเฟ้อพื้นฐานจะต่อเนื่อง โดย CPI พื้นฐาน (core CPI: เงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนอย่างอาหารสดและพลังงาน เพื่อดูแนวโน้มจริง) อาจขยับเข้าใกล้ 2.5% ในครึ่งหลังของปี อีกทั้งแรงกดดันเงินเฟ้อในห่วงโซ่ต้นทุน (pipeline inflation pressures: ต้นทุนวัตถุดิบ/การผลิตที่สูงขึ้นซึ่งมักจะไปปรากฏในราคาขายภายหลัง) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังเช่นกัน
ธนาคารกลางกำลังติดตามความเสี่ยงของเงินเฟ้อรอบสอง (second-round inflation: เมื่อพลังงานแพงทำให้ต้นทุนอื่น ๆ และค่าจ้างปรับขึ้นตาม แล้วดันราคาบริการ/สินค้าเพิ่มต่อเนื่อง) ที่เชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น โดยบทความระบุว่าใช้เครื่องมือ AI ช่วยจัดทำและมีบรรณาธิการตรวจทานแล้ว
เรากำลังประเมินความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ย 12.5 จุดพื้นฐานในไตรมาส 3 ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.125% การเปลี่ยนมุมมองนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตและเงินเฟ้ออย่างมาก ธนาคารกลางน่าจะรอดูท่าทีผ่านการประชุมเดือนมิ.ย. ทำให้มีช่วงเวลาเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
คาดการณ์ GDP โต 9.4% เริ่มดูเป็นไปได้มากขึ้น โดยเฉพาะหลังเห็นคำสั่งซื้อส่งออกเดือนเม.ย. เพิ่ม 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year-on-year: เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) การเร่งตัวนี้ส่วนใหญ่เกิดจากอุปสงค์โลกที่สูงมากต่อชิป AI ขั้นสูง (advanced AI chips: ชิปประมวลผลสำหรับงานปัญญาประดิษฐ์) จากผู้รับจ้างผลิตชิปรายใหญ่ (foundries: โรงงาน/ผู้รับจ้างผลิตชิป) สะท้อนว่าเศรษฐกิจกำลังร้อนแรงกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้
เงินเฟ้อเริ่มเด่นชัดขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่า CPI เดือนเม.ย. อยู่ที่ 2.1% ขณะที่ราคาน้ำมันโลกทรงตัวเหนือ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดว่าจะดันเงินเฟ้อทั่วไปไปใกล้ 2.5% ช่วงกลางปี ตัวเลขเหล่านี้สนับสนุนมุมมองว่าแรงกดดันด้านราคากำลังกระจายตัวในหลายหมวด
ภาพรวมต่างจากปี 2025 ที่ธนาคารกลางยังคงดอกเบี้ยได้สบายเมื่อเงินเฟ้อยังต่ำกว่า 1.7% ความกังวลตอนนี้คือผลรอบสองจากต้นทุนพลังงานและต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้น ซึ่งอาจไหลไปสู่ค่าจ้างและราคาบริการ ธนาคารกลางดูมีแนวโน้มจะดำเนินการล่วงหน้าเพื่อกันความเสี่ยง
ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ควรพิจารณาเตรียมรับดอกเบี้ยระยะสั้นที่สูงขึ้นในครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจรวมถึงการพิจารณา “สวอปอัตราดอกเบี้ย” ของดอลลาร์ไต้หวัน (interest rate swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนกระแสดอกเบี้ย โดยฝ่ายหนึ่งจ่ายอัตราคงที่ และอีกฝ่ายจ่ายอัตราลอยตัว) เพื่อ “จ่ายอัตราคงที่” ล่วงหน้าก่อนคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ย โดยตลาดอาจยังสะท้อนไม่ครบต่อแนวทางเข้มงวดขึ้นของธนาคารกลาง (more aggressive path: แนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยเร็ว/มากกว่าที่เคยคาด)
แนวนโยบายที่เข้มงวดขึ้น (hawkish: ให้ความสำคัญกับการคุมเงินเฟ้อ จึงมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย) มีแนวโน้มหนุนค่าเงินดอลลาร์ไต้หวัน เมื่อส่วนต่างดอกเบี้ยเทียบดอลลาร์สหรัฐ (interest rate differential: ช่องว่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงิน) อาจแคบลง ค่าเงินท้องถิ่นอาจกลับมาแข็งค่า มุมมองนี้ทำให้ควรทบทวนสถานะอนุพันธ์ค่าเงิน (currency derivatives: เครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยน เช่น ฟอร์เวิร์ด/ออปชัน) ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า