ดอลลาร์สหรัฐปรับขึ้นพร้อมกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้ USD/JPY (ดอลลาร์/เยน) กลับเข้าใกล้ 158.00 อีกครั้ง ใกล้ระดับที่เคยเห็นก่อนเกิด “การแทรกแซง” (การที่ทางการเข้าซื้อ/ขายเงินตราโดยตรงเพื่อพยุงหรือกดค่าเงิน) ซึ่งตลาดสงสัยว่าญี่ปุ่นดำเนินการเมื่อ 6 พ.ค.
เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นและสหรัฐระบุว่ากำลังประสานงานเพื่อตอบสนองต่อ “ความผันผวนค่าเงินที่ไม่พึงประสงค์และมากเกินไป” (ความแกว่งขึ้นลงรุนแรงผิดปกติ) สะท้อนว่า “การแทรกแซง” ยังเป็นทางเลือก หากความผันผวนยังต่อเนื่อง
Intervention Risk Near Key Levels
รายงานจากสื่อระบุว่าญี่ปุ่นใช้เงินราว 10 ล้านล้านเยนเพื่อพยุงค่าเงินเยน และอาจพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติม หากปัจจัยที่ทำให้เยนอ่อนค่ายังไม่เปลี่ยนแปลง
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางหนุนราคาพลังงานให้สูงขึ้น ทำให้ “เงื่อนไขการค้า” (terms of trade: ความคุ้มค่าระหว่างราคาส่งออกเทียบกับราคานำเข้า) ของญี่ปุ่นแย่ลง นอกจากนี้ “ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตร” (yield spread: ช่องว่างระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสองประเทศ) ยังเคลื่อนไหวไม่เป็นผลดีต่อเยน เพราะตลาดคาดว่าธนาคารกลางขนาดใหญ่ประเทศอื่นอาจขึ้นดอกเบี้ย
เนื่องจาก USD/JPY กลับมาทดสอบบริเวณ 158.00 อีกครั้ง จึงควรระมัดระวังอย่างมากกับสถานะ “ฝั่งซื้อ” (long: ซื้อไว้หวังให้ราคาขึ้น) ระดับนี้กลายเป็นแนวสำคัญที่ทางการญี่ปุ่นจับตา และความเสี่ยงที่จะเกิด “การแทรกแซงแบบฉับพลัน” เพื่อทำให้เยนแข็งค่าขึ้นอยู่ในระดับสูง ผู้ที่ถือสถานะที่เดิมพันว่าเยนจะอ่อนค่าต่อควรใช้ “จุดตัดขาดทุน” (stop-loss: ตั้งขาย/ปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อราคาวิ่งผิดทางถึงระดับที่กำหนด) ที่ใกล้และเข้มงวด
Options Positioning And Volatility
แรงกดดันพื้นฐานต่อเยนยังไม่หายไป จึงทำให้คู่เงินไต่ระดับขึ้นซ้ำ ๆ โดยเมื่อ WTI (น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส เป็นเกณฑ์อ้างอิงราคาน้ำมันสหรัฐ) ยืนเหนือ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ “ส่วนต่างผลตอบแทน” ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและญี่ปุ่นอายุ 10 ปียังห่างมากกว่า 350 เบซิสพอยต์ (basis points: 1 เบซิสพอยต์ = 0.01%) ทิศทางที่เป็นไปได้มากกว่าคือเยนอ่อนค่า ทำให้ตลาดอยู่ในภาวะตึงเครียดระหว่างปัจจัยพื้นฐานกับความเสี่ยงจากมาตรการทางการ
ตลาดยังจำได้ถึงการแทรกแซงช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2024 เมื่อทางการญี่ปุ่นใช้เงินเกือบ 10 ล้านล้านเยนเพื่อพยุงค่าเงิน ส่งผลให้ USD/JPY ร่วงเร็วจากเหนือ 160 ลงต่ำกว่า 155 ภายในไม่กี่ชั่วโมง ทำให้สถานะฝั่งซื้อที่ไม่เตรียมรับมือเสียหายหนัก ดังนั้นหากมีการแทรกแซงรอบใหม่ ก็อาจเกิดการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและแรงในลักษณะใกล้เคียงกัน
การออกมาระบุอย่างต่อเนื่องถึงการประสานงานระหว่างกระทรวงการคลังสหรัฐ (US Treasury) และกระทรวงการคลังญี่ปุ่น (Japan’s Ministry of Finance) ทำให้ “สัญญาณขู่เรื่องการแทรกแซง” มีน้ำหนักมากขึ้น ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่นดำเนินการลำพัง เพราะสหรัฐส่งสัญญาณว่าเห็นด้วยกับมาตรการที่ช่วยลดความผันผวนที่มากเกินไป แรงหนุนทางการเมืองนี้เพิ่มโอกาสที่เจ้าหน้าที่จะลงมือ หากมองว่าค่าเงินเคลื่อนไหวเร็วเกินไป
สำหรับผู้ซื้อขาย “อนุพันธ์” (derivatives: สัญญาที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน) ภาวะแบบนี้อาจหมายถึง “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ค่าความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) ของออปชัน USD/JPY อาจถูกประเมินต่ำ โดยเฉพาะสัญญาใกล้ครบอายุ การซื้อออปชัน “JPY call / USD put” (สิทธิซื้อเยน/สิทธิขายดอลลาร์: ได้ประโยชน์เมื่อเยนแข็งค่าหรือดอลลาร์อ่อนค่า) เป็นทั้งการวางเดิมพันต่อการแทรกแซงโดยตรง หรือใช้เป็น “การป้องกันความเสี่ยง” (hedge: ลดผลกระทบความผันผวนต่อพอร์ต) สำหรับพอร์ตที่เสี่ยงจากดอลลาร์แข็งค่า อีกทางเลือกคือขาย “สเปรดคอล” (call spread: กลยุทธ์ใช้ออปชันคอลหลายสัญญา) ที่อยู่นอกระดับราคา “out-of-the-money” (ราคาใช้สิทธิไกลจนยังไม่มีมูลค่าในปัจจุบัน) เหนือ 159.00 เพื่อรับ “พรีเมียม” (premium: เงินที่ได้รับ/จ่ายเป็นค่าออปชัน) จากแนวต้านที่คาดว่าจะเกิดขึ้น