สถานะสุทธิ (Net positions) ของผู้เล่นกลุ่มไม่ใช่เชิงพาณิชย์ (Non-commercial: กลุ่มนักเก็งกำไร เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์ ไม่ใช่บริษัทที่ทำธุรกิจจริง) ในสัญญาเยนญี่ปุ่น (JPY) ตามข้อมูล CFTC (คณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นเป็น -61.7K จาก -102.1K
ตัวเลขยังติดลบ หมายความว่านักเก็งกำไรยังถือ “สถานะขายสุทธิ” (Net short: เปิดขายมากกว่าซื้อ คาดว่าเยนอ่อนค่า) ในเงินเยนญี่ปุ่น
มุมมองตลาดต่อเงินเยนเริ่มเปลี่ยน
กำลังเห็นการเปลี่ยนทิศของความเชื่อมั่นในคู่เงินดอลลาร์สหรัฐเทียบเยนอย่างชัดเจน โดยสถานะ “ขายเยน” ของนักเก็งกำไรลดลงมาก สะท้อนว่าผู้เล่นรายใหญ่กำลัง “ปิดสถานะขาย” (Short-covering: ซื้อคืนเพื่อปิดออเดอร์ขายเดิม) อย่างรวดเร็ว นี่เป็นการปิดสถานะขายที่เด่นที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี และอาจเป็นสัญญาณของจุดเปลี่ยนแนวโน้ม
ความเคลื่อนไหวนี้ตามมาหลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ส่งสัญญาณว่าอาจ “ปรับนโยบายกลับสู่ภาวะปกติ” (Policy normalization: ลดความผ่อนคลายทางการเงิน เช่น ลดการกระตุ้นหรือขึ้นดอกเบี้ย) เร็วกว่าที่ตลาดเคยคาดไว้ และไม่ใช่การขยับแบบค่อยเป็นค่อยไปเหมือนที่ผ่านมา โดยเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นระดับประเทศ (National core CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภคที่ตัดรายการผันผวนบางส่วนออก เพื่อสะท้อนเงินเฟ้อจริง) ยังทรงตัวที่ 2.6% ทำให้แรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนช่วงฤดูใบไม้ร่วงเพิ่มขึ้น ปัจจัยพื้นฐานนี้ทำให้ผู้ที่ “ขายเยน” ต้องทบทวนสถานะ
ฝั่งสหรัฐฯ ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดออกมาอ่อนแอ รายงานการจ้างงานสัปดาห์ก่อนสะท้อนการจ้างงานช้าที่สุดในรอบ 18 เดือน ทำให้ตลาดเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะ “ลดดอกเบี้ย” ในไตรมาส 4 ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่เคยทำให้การขายเยนทำกำไรได้ดีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กำลังแคบลงอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (Derivatives: สัญญาที่อ้างอิงราคา/ดัชนี เช่น ออปชัน ฟิวเจอร์ส) ภาพรวมเริ่มเอื้อต่อการถือฝั่ง “ซื้อเยน” มากขึ้น อาจพิจารณาซื้อออปชันคอล JPY (JPY call options: สิทธิในการซื้อเยนที่ราคาและเวลาที่กำหนด มักใช้เพื่อเก็งว่าเยนจะแข็งค่า) หรือออปชันพุท USD/JPY (USD/JPY put options: สิทธิในการขายคู่เงิน USD/JPY มักใช้เพื่อเก็งว่า USD/JPY จะลง หรือเยนแข็งค่า) โดยเลือกอายุสัญญา 3–6 เดือน เพื่อเก็บโอกาสจากโมเมนตัมที่กำลังเกิดขึ้น กลยุทธ์ใช้ออปชันช่วยกำหนดความเสี่ยงสูงสุดได้ชัดเจน
ความเสี่ยงและการบริหารการเทรด
อย่างไรก็ดี ต้องจำเหตุการณ์กลับตัวแรงปลายปี 2024 ที่การบีบปิดสถานะขาย (Short squeeze: ราคาวิ่งสวนทางจนคนที่ขายต้องรีบซื้อคืน) ถูกล้างผลจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาแรงเกินคาด หากมีสัญญาณว่า Fed อาจชะลอการผ่อนคลายนโยบาย ก็อาจทำให้ธีม “ขายเยน” กลับมาได้ ดังนั้นการใช้ออปชันเพื่อลดความเสี่ยงขาลง หรือการตั้งจุดตัดขาดทุนที่แคบ (Stop-loss: คำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อขาดทุนถึงระดับที่กำหนด) สำหรับสถานะฟิวเจอร์ส (Futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีภาระผูกพัน) เป็นแนวทางที่เหมาะสมในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า