This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงใกล้ระดับ 97.90 หลังบรรยากาศรับความเสี่ยงดีขึ้น; โฟกัสจับตาข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ

by VT Markets
/
May 9, 2026

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) อ่อนค่าลงใกล้ 97.90 ในวันศุกร์ หลังบรรยากาศการลงทุนกลับมายอมรับความเสี่ยงมากขึ้น (risk appetite คือ นักลงทุนกล้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น) และความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง (safe assets คือ สินทรัพย์ที่มักถูกซื้อยามตลาดผันผวน เช่น ดอลลาร์ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ทองคำ) หลังมีรายงานว่าสหรัฐและอิหร่านยังพยายามรักษากรอบ “หยุดยิง” (ceasefire framework คือ ข้อตกลง/ความเข้าใจเพื่อหยุดปะทะชั่วคราว) ไว้ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่ายังมีการพูดคุยต่อเนื่อง และทั้งสองฝ่ายต้องการหลีกเลี่ยงการขยายความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz คือ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก)

ราคาน้ำมันย่อลงจากช่วงก่อนหน้า ช่วยลดความกังวลว่าเงินเฟ้อจะเร่งขึ้นอีกครั้ง (inflation jump คือ เงินเฟ้อพุ่ง) ขณะที่ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ (Nonfarm Payrolls คือ จำนวนตำแหน่งงานใหม่ในสหรัฐ ยกเว้นภาคเกษตร) ระบุว่าเดือนเมษายนมีการจ้างงานเพิ่ม 115,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่คาดราว 60,000 ตำแหน่ง อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.3% และค่าจ้างรายชั่วโมงเฉลี่ย (Average Hourly Earnings คือ ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง ใช้ดูแรงกดดันเงินเฟ้อจากค่าแรง) ชะลอลงเมื่อเทียบรายเดือน

แรงกดดันต่อดอลลาร์เพิ่มขึ้น

ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (Consumer Sentiment คือ ดัชนีสะท้อนความมั่นใจของผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจ) ปรับตัวลงแรง สะท้อนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและความไม่แน่นอน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury yields คือ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล; หากลดลงมักกดดันเงินดอลลาร์) ปรับลดลง เพิ่มแรงกดดันต่อดอลลาร์

EUR/USD ซื้อขายใกล้ 1.1780 ขณะที่ GBP/USD ขยับขึ้นสู่ราว 1.3620 และ USD/JPY อ่อนลงใกล้ 156.60 ส่วน AUD/USD ขึ้นมาใกล้ 0.7240

น้ำมันดิบ WTI ทรงตัวเหนือ 95.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ถอยจากจุดสูงสุด หลังการเดินเรือของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านฮอร์มุซยังหยุดชะงัก (tanker traffic halted คือ การสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันหยุด/ติดขัด) ทองคำอยู่แถว 4,720 ดอลลาร์ ได้แรงหนุนจากยีลด์ที่ลดลงและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical uncertainty คือ ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ)

ตลาดติดตามข้อมูลและเหตุการณ์จากธนาคารกลางช่วง 11–15 พฤษภาคม รวมถึง CPI, PPI, ยอดค้าปลีก, ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และสุนทรพจน์จากเฟด, อีซีบี และบีโออี (Fed/ECB/BoE คือ ธนาคารกลางสหรัฐ/ยุโรป/อังกฤษ)

สัปดาห์สำคัญที่รออยู่

การอ่อนค่าของดอลลาร์ลงใกล้ 97.90 ถือว่าสอดคล้องกับการชะลอลงของการเติบโตของค่าแรงและความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยช่วงปี 2024 เงินเฟ้อไม่ลดลงง่าย (stubborn inflation คือ เงินเฟ้อดื้อ ไม่ยอมลง) อัตรา CPI รายปีลดลงต่ำกว่า 3.4% ได้ยาก ดังนั้นการผ่อนแรงของแรงกดดันด้านราคาในระยะนี้สะท้อนว่านโยบายการเงินแบบเข้มงวดของเฟด (restrictive policies คือ การขึ้นดอกเบี้ย/คงดอกเบี้ยสูงเพื่อกดเงินเฟ้อ) เริ่มเห็นผลชัดขึ้น ในระยะสั้น การ “ถือสถานะขายดอลลาร์” (shorting the dollar คือ คาดว่าดอลลาร์จะอ่อนค่าจึงขายดอลลาร์) เทียบสกุลเงินที่อ่อนไหวต่อภาวะเสี่ยง (risk-sensitive currencies คือ สกุลเงินที่มักแข็งค่าเมื่อบรรยากาศลงทุนเป็นบวก เช่น AUD) ยังเป็นกลยุทธ์ที่ทำได้

อย่างไรก็ดี ความสงบแถวช่องแคบฮอร์มุซอาจอยู่ไม่นาน และควรเตรียมรับความผันผวน (volatility คือ ราคาขึ้นลงแรง) บทเรียนในปี 2024 ชี้ว่าเหตุรบกวนการขนส่งทางเรือในทะเลแดง (shipping disruptions คือ การเดินเรือสะดุด/ติดขัด) สามารถทำให้ราคาน้ำมันและค่าขนส่งพุ่งระยะสั้นได้เร็ว จึงควรใช้ “ออปชัน” เพื่อป้องกันความเสี่ยง (options to hedge คือ ใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทให้สิทธิ เพื่อจำกัดความเสียหายหากตลาดวิ่งผิดทาง) หากความต้องการดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยกลับมาอย่างฉับพลัน (safe-haven demand คือ แรงซื้อเพื่อหลบความเสี่ยง)

สัปดาห์หน้า จุดสนใจคือข้อมูลเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐในวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม โดยเฉพาะ “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (core inflation คือ เงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนอย่างอาหารและพลังงานออก) หากตัวเลขออกมาต่ำกว่า 3.5% เมื่อเทียบรายปี จะยืนยันแนวโน้มเงินเฟ้อชะลอ (disinflation trend คือ เงินเฟ้อที่ยังเพิ่ม แต่เพิ่มช้าลง) และอาจกด DXY ลงไปทดสอบแนวรับ 97.00 (support level คือ ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อพยุง) ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อค่าเงินในระยะสั้น

สำหรับ EUR/USD แรงขับเคลื่อนหลักมาจาก “ทิศทางนโยบายที่เริ่มต่างกัน” (policy divergence คือ ธนาคารกลางมีแนวทางดอกเบี้ยไม่เหมือนกัน) ระหว่างเฟดที่อาจผ่อนคลายมากขึ้น (dovish คือ มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย/ผ่อนนโยบาย) กับอีซีบีที่ยังลังเล รายงานเงินเฟ้อสหรัฐที่อ่อนอาจหนุนให้ทดสอบแนวต้าน 1.1850 (resistance level คือ ระดับราคาที่มักมีแรงขายกด) โดยต้องจับตาถ้อยแถลงของประธานอีซีบี คริสติน ลาการ์ด ว่าจะส่งสัญญาณกังวลต่อการแข็งค่าของยูโรมากขึ้นหรือไม่

ฝั่งสินค้าโภคภัณฑ์ (commodities คือ สินค้าพื้นฐาน เช่น น้ำมัน ทองคำ) น้ำมัน WTI ที่ยืนเหนือ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสะท้อนว่าตลาดยัง “ใส่ราคาความเสี่ยงด้านอุปทาน” (supply risk priced in คือ ราคายังรวมความเสี่ยงที่น้ำมันขาดตลาด) ทำให้เหมาะกับกลยุทธ์ “เทรดในกรอบ” (range-trading คือ ซื้อขายเมื่อราคาขึ้นลงในช่วงเดิม) หากความตึงเครียดผ่อนคลายต่อเนื่อง ขณะที่ทองคำแข็งแกร่งแถว 4,720 ดอลลาร์ ส่วนหนึ่งมาจากยีลด์พันธบัตรสหรัฐที่ลดลงมากกว่าแรงซื้อเพื่อหลบความเสี่ยงทันที (safe-haven flows คือ เงินไหลเข้าทองคำ/ดอลลาร์เมื่อกลัวความเสี่ยง) และเป็นแนวโน้มต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 ที่ยีลด์ทำจุดสูงสุด ทำให้ทองคำยังน่าสนใจตราบใดที่ภาพเงินเฟ้อชะลอยังอยู่

Create your live VT Markets account and start trading now.

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code