ดัชนีคาดการณ์ของผู้บริโภค (Consumer Expectations Index) ของมหาวิทยาลัยมิชิแกนปรับขึ้นมาอยู่ที่ 48.5 ในเดือนพฤษภาคม จาก 48.1 ในการสำรวจครั้งก่อน
ดัชนีนี้ใช้วัดว่า “ผู้บริโภคสหรัฐ” คาดว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ความผันผวนของตลาดและการวางสถานะในออปชัน
การขยับขึ้นเล็กน้อยของดัชนีคาดการณ์ผู้บริโภคมาอยู่ที่ 48.5 ไม่ได้สะท้อนความแข็งแกร่ง แต่หมายถึงความกังวลที่ “ลดลงเล็กน้อย” เท่านั้น ระดับที่ยังต่ำมากเชิงประวัติศาสตร์บ่งชี้ว่าตลาดยังผันผวนสูง เพราะยังหาทิศทางชัดเจนไม่ได้ ผู้ลงทุนออปชัน (Option: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายสินทรัพย์ในอนาคต) อาจพิจารณาขายพรีเมียม (Premium: ค่าราคาออปชันที่ผู้ซื้อจ่ายให้ผู้ขาย) ผ่านกลยุทธ์อย่างไอรอนคอนดอร์ (Iron Condor: กลยุทธ์ขายออปชัน 4 ขา โดยคาดว่าราคาจะแกว่งในกรอบ) บนดัชนีหลัก โดยให้น้ำหนักกับมุมมอง “แกว่งตัวในกรอบ” มากกว่าการเบรกกรอบขึ้นหรือลงแรง
ข้อมูลผู้บริโภคที่อ่อนแอทำให้การตัดสินใจครั้งต่อไปของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: ธนาคารกลางของสหรัฐ หรือ “เฟด”) ยิ่งซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาอาหารและพลังงานซึ่งผันผวนออก) ล่าสุดทรงตัวแถว 3.1% เฟดมีแนวโน้มไม่ขึ้นดอกเบี้ยในภาวะที่ผู้บริโภคอ่อนแรง ซึ่งสนับสนุนมุมมองว่าจังหวะถัดไปอาจเป็น “ลดดอกเบี้ย” ช่วงปลายปี เราติดตามตราสารอนุพันธ์ (Derivatives: สัญญาทางการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์/ดัชนี) บนฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยเฟด (Federal funds futures: สัญญาฟิวเจอร์สที่สะท้อนคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายของเฟด) เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของตลาด
ในมุมมองรายกลุ่มอุตสาหกรรม เรายังระมัดระวังหุ้นกลุ่มบริโภคไม่จำเป็น (Consumer discretionary: สินค้า/บริการที่ไม่จำเป็น เช่น ของฟุ่มเฟือย) จากบทเรียนช่วงชะลอตัวปี 2025 ที่แม้ความเชื่อมั่นดีขึ้นเล็กน้อยก็ยังไม่พอให้การใช้จ่ายสินค้าที่ไม่จำเป็นฟื้นเมื่อกำลังซื้อจำกัด ผู้ลงทุนอาจพิจารณาใช้พุตออปชัน (Put option: สิทธิในการขาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลง) บน ETF กลุ่มดังกล่าว หรือทำกลยุทธ์ “คู่” (Pairs trade: ซื้อสินทรัพย์หนึ่งและขายอีกสินทรัพย์หนึ่งพร้อมกันเพื่อลดความเสี่ยงทิศทางตลาด) เช่น ถือยาวกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น (Consumer staples: สินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน) และถือสั้นกลุ่มบริโภคไม่จำเป็น
เมื่อมองย้อนหลัง การขยับขึ้นครั้งนี้คล้ายกับการดีดขึ้นระยะสั้นของความเชื่อมั่นผู้บริโภคในไตรมาส 3 ปี 2025 ก่อนจะกลับตัวลงอย่างรวดเร็วเมื่อราคาพลังงานปรับขึ้น ระดับ 48.5 ยังต่ำกว่าเส้น 50 ซึ่งมักใช้เป็น “เส้นแบ่ง” ภาวะหดตัวกับขยายตัว ทำให้ความกังวลเศรษฐกิจถดถอยยังไม่หมดไป ดังนั้น การซื้อพุตเพื่อคุ้มครองพอร์ต (Protective puts: ซื้อพุตเพื่อลดความเสียหายหากตลาดลง) บน ETF ตลาดกว้างยังเป็นแนวทางป้องกันความเสี่ยงที่เหมาะสมในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า