EUR/USD อ่อนตัวจากจุดสูงสุดระหว่างวันใกล้ 1.1778 ลงมาที่ราว 1.1748 หลังความกังวลรอบใหม่เรื่องช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับขนส่งน้ำมัน) หนุนให้ดอลลาร์สหรัฐและราคาน้ำมันปรับขึ้น ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: DXY เป็นดัชนีวัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) ฟื้นตัวกลับเข้าใกล้ 98.00 หลังร่วงลงไปใกล้ระดับก่อนสงครามในช่วงต้นสัปดาห์
ตลาดระมัดระวังมากขึ้นหลังมีรายงานว่าสหรัฐอาจกลับมาเริ่ม “Project Freedom” เพื่อช่วยเปิดทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างอิงเจ้าหน้าที่สหรัฐผ่าน The Wall Street Journal อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งให้ข้อมูลกับ Al Jazeera ภายหลังว่า ยังไม่มีการเตรียมการเพื่อกลับมาเดินหน้าแผนดังกล่าว
Geopolitical And Shipping Risk
CNN รายงานว่า เตหะรานออกข้อกำหนดใหม่สำหรับเรือที่ใช้ช่องแคบ โดยอ้างอิงเอกสารที่ระบุว่าได้เห็น โดย “Vessel Information Declaration” (เอกสารแจ้งข้อมูลเรือ) ของหน่วยงานใหม่ของอิหร่าน Persian Gulf Strait Authority (PGSA: หน่วยงานกำกับดูแลเส้นทางเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย) ต้องให้เรือทุกลำที่ผ่านกรอกข้อมูล และยังไม่ชัดเจนเรื่องค่าธรรมเนียมผ่านทาง หลังเคยมีรายงานก่อนหน้าว่าอาจสูงราว 2 ล้านดอลลาร์ต่อเที่ยว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวว่าสหรัฐและอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม โดยอิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอที่สหรัฐสนับสนุน และคาดว่าจะตอบกลับผ่านผู้ประสานงานจากปากีสถานในไม่กี่วันข้างหน้า ความไม่แน่นอนด้านพลังงานยังคงพยุงราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับสูง เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ (inflation: ราคาสินค้าและบริการโดยรวมปรับขึ้น) และกระทบแนวทางนโยบายของธนาคารกลาง
ซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟดบอสตัน ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยอาจต้อง “คงไว้ต่อเนื่องอีกระยะ” และ “โอกาสเกิดฉากทัศน์เงินเฟ้อที่แย่ลงเพิ่มขึ้น” ขณะเดียวกัน อิซาเบล ชนาเบิล ผู้กำหนดนโยบาย ECB กล่าวว่าอาจจำเป็นต้องเข้มงวดนโยบายมากขึ้นหากแรงกระแทกด้านพลังงานลุกลาม โดยมุ่งดันเงินเฟ้อกลับสู่ 2%