เงินเฟ้อพื้นฐานของเม็กซิโกเพิ่มขึ้น 0.31% ในเดือนเมษายน ตรงตามคาดการณ์
ตัวเลขนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงรายเดือนของ “ราคาสินค้าและบริการในหมวดพื้นฐาน” (core prices คือราคาที่ตัดรายการที่ผันผวนมาก เช่น อาหารสดและพลังงานออก เพื่อดูแนวโน้มเงินเฟ้อระยะยาว) ของประเทศในเดือนเมษายน
ความไม่แน่นอนของตลาดลดลง
ข้อมูลเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนเมษายนที่ออกมาตรงตามคาด ช่วยลดความไม่แน่นอนระยะสั้นของตลาด ผลนี้สนับสนุนมุมมองว่า Banxico (ธนาคารกลางเม็กซิโก) ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางจากการปรับนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยขณะนี้เป้าหมาย “อัตราดอกเบี้ยนโยบายข้ามคืน” (overnight interest rate target คือดอกเบี้ยอ้างอิงหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) อยู่ที่ 9.50% ทำให้ธนาคารกลางมีเหตุผลเพียงพอที่จะคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป
ความนิ่งของนโยบายอาจช่วยลดความผันผวนของค่าเงิน โดยเฉพาะคู่ USD/MXN (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อเปโซเม็กซิโก) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ยังจูงใจ—โดยดอกเบี้ยเม็กซิโกสูงกว่า “ดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ” (Fed Funds rate คือดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นที่ธนาคารกลางสหรัฐใช้) มากกว่า 450 เบซิสพอยต์ (basis points คือหน่วยวัด 0.01% ดังนั้น 450 bp = 4.50%)—ยังหนุนค่าเงินเปโซ นักลงทุนอาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนต่ำ เช่น การขายออปชันที่อยู่นอกระดับราคาเป้าหมาย (out-of-the-money options คือออปชันที่ยังไม่มีมูลค่าเมื่อเทียบกับราคาในตลาด ณ ปัจจุบัน) เพื่อรับค่าเบี้ย (premium คือเงินที่ผู้ซื้อออปชันจ่ายให้ผู้ขาย)
เมื่อดูตลาด “สว็อปอัตราดอกเบี้ย” (interest rate swaps คือสัญญาแลกเปลี่ยนกระแสเงินสดดอกเบี้ยระหว่างอัตราคงที่กับอัตราลอยตัว หรือระหว่างดอกเบี้ยสองแบบ) เส้นคาดการณ์ล่วงหน้าของอัตรา TIIE 28 วัน (TIIE คืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นของเม็กซิโก) ดูสะท้อนแนวโน้มการลดดอกเบี้ยแบบช้าและระมัดระวังได้เหมาะสม ก่อนหน้านี้ในปี 2025 เงินเฟ้อที่ออกมาสูงกว่าคาดทำให้ตลาดผันผวนและมีการปรับราคาตามเส้นคาดการณ์ (forward curve คือเส้นที่บอกอัตราดอกเบี้ย/ราคาที่ตลาดคาดไว้ในอนาคตตามช่วงเวลา) อย่างมาก แต่ตัวเลขครั้งนี้บ่งชี้ว่าโอกาสเกิดการเหวี่ยงแรงในระยะใกล้อาจลดลง
ภาพนโยบายการเงินที่ทรงตัวนี้ยังมีแรงหนุนจากภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแรง ข้อมูลภาครัฐล่าสุดชี้ว่า GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ คือมูลค่ารวมของสินค้าและบริการที่ผลิตได้ในประเทศ) โตใกล้ 2.2% โดยได้แรงขับจากการลงทุน “ย้ายฐานการผลิตมาใกล้ตลาด” (nearshoring คือการย้ายการผลิตมาอยู่ใกล้ประเทศผู้บริโภคเพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน) ทำให้ Banxico มีพื้นที่ในการโฟกัสการดึงเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 3% โดยไม่ต้องรีบกระตุ้นเศรษฐกิจ