EUR/GBP ยังยืนเหนือแนวรับแถว 0.8620 ได้ แต่ยังกลับขึ้นไปเหนือ 0.8650 ได้ยาก คู่เงินทรงตัวแม้บรรยากาศรับความเสี่ยง (risk mood: ภาวะที่ตลาดพร้อมรับความเสี่ยงมากขึ้น) ดีขึ้นจากกระแสเจรจาสันติภาพอิหร่าน
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหราชอาณาจักรกำลังเลือกตั้งท้องถิ่น 136 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอังกฤษ รวมถึงการเลือกตั้งรัฐสภาสกอตแลนด์และเวลส์ คาดว่าผลเลือกตั้งอาจเป็นลบต่อพรรคแรงงาน เพิ่มความไม่แน่นอนทางการเมือง และความกังวลด้านการคลังของสหราชอาณาจักร
Iran Talks And Oil Risk
อิหร่านคาดว่าจะตอบข้อเสนอ “สันติภาพ” ของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีเพื่อยุติสงคราม สถานะของช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ชัดเจน ทำให้ราคาน้ำมันยังสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามมาก
ฝั่งยูโรโซน คำสั่งซื้อภาคโรงงานของเยอรมนี (German Factory Orders: ยอดคำสั่งซื้อสินค้าจากโรงงาน ใช้ชี้นำกิจกรรมการผลิตในอนาคต) เดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 5% สูงกว่าคาด 1% และเร่งจากเดือนก.พ. ที่โต 1.4% ยอดค้าปลีกยูโรโซนเดือนมี.ค. จะประกาศภายหลัง ส่วนถ้อยแถลงของผู้กำหนดนโยบายธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจเพิ่มความชัดเจนเรื่องกำหนดเวลาการ “คุมเข้มนโยบาย” (tightening: การขึ้นดอกเบี้ยหรือดูดสภาพคล่องเพื่อลดแรงกดดันเงินเฟ้อ)
EUR/GBP ยังติดแถว 0.8700 คล้ายปีก่อนที่ถูกกดไว้ใต้ 0.8650 ความลังเลนี้สะท้อนว่าตลาดรอปัจจัยใหม่ก่อนเลือกทาง ความผันผวนคาดการณ์ (implied volatility: ความผันผวนที่ราคาสะท้อนผ่านราคาออปชัน) ของออปชันอายุ 1 เดือนอยู่ราว 5.8% ต่ำเมื่อเทียบอดีต สอดคล้องกับท่าทีรอดูสถานการณ์
ตลาดยังจับตาแรงกดดันเงินเฟ้อภาคบริการของอังกฤษ (services inflation: เงินเฟ้อจากหมวดบริการ เช่น ค่าเช่า ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล) ล่าสุดอยู่ที่ 5.9% ทำให้การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ทำได้ยากขึ้น ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจึงยังกดดันเงินปอนด์ คล้ายช่วงที่การเมืองกดดันเมื่อปีก่อน
Eurozone Data And Policy Signals
ฝั่งยูโรโซน ภาพยังคล้ายเดิมคือข้อมูลดีช่วยหนุนราคาได้ไม่ยาว แม้ GDP ไตรมาส 1/2026 โต 0.3% แต่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ IFO ของเยอรมนี (IFO Business Climate: แบบสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ) กลับลดลงแบบไม่คาดคิดสู่ 91.5 สะท้อนความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจแกนหลักของยูโรโซนอ่อนลง ทำให้ ECB อยู่ในจุดลำบาก และนักลงทุนไม่เร่งซื้อเงินยูโรจากสัญญาณที่ยังปะปน
เมื่อราคายังแกว่งในกรอบ (range-bound: ขึ้นลงในช่วงจำกัด ยังไม่เลือกแนวโน้ม) และปัจจัยพื้นฐานของทั้งสองสกุลเงินยังมีความไม่แน่นอน การถือสถานะ “สปอต” (spot: ซื้อขายราคาปัจจุบัน ส่งมอบใกล้ทันที) แบบทางเดียวจึงเสี่ยง วิธีที่รอบคอบกว่าสำหรับช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า คือพิจารณากลยุทธ์ออปชัน เช่น “ซื้อสแตรงเกิล” (strangle: ซื้อออปชัน Call และ Put ที่ราคาใช้สิทธิอยู่ไกลจากราคาปัจจุบัน) โดย
– Call (สิทธิซื้อ) ไว้ทำกำไรหากราคาขึ้นแรง
– Put (สิทธิขาย) ไว้ทำกำไรหากราคาลงแรง
แนวคิดคือหวังผลจากการ “หลุดกรอบ” ครั้งใหญ่ทั้งสองทาง และเก็บโอกาสจากความผันผวนที่อาจพุ่งขึ้น โดยไม่ต้องเดาว่าปัจจัยกระตุ้นคืออะไร
เช่นเดียวกับปี 2025 ราคาพลังงานที่ยังสูงกดดันทั้งสองเศรษฐกิจ ทำให้ฝั่งคาดหวังขาขึ้น (bulls: ผู้มองว่าราคาจะขึ้น) มีพื้นที่จำกัด หากน้ำมันดิบเบรนท์ยังยืนเหนือ 95 ดอลลาร์/บาร์เรลจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ต่อเนื่อง อังกฤษและยูโรโซนจะเผชิญแรงต้านจากเงินเฟ้อสูงและการใช้จ่ายผู้บริโภคที่อ่อนลง ปัจจัยนี้ชี้ว่าการรีบาวด์ของ EUR/GBP อาจไปได้ไม่ไกล จนกว่าต้นทุนพลังงานจะเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง