ผู้ว่าการธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) แอนนา เบรมาน ระบุว่า เงินเฟ้อในระยะใกล้คาดว่าจะยังสูงกว่าปกติเล็กน้อย ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจอาจชะลอลงเล็กน้อย แต่ยังคาดว่าจะขยายตัวในปีนี้
เธอกล่าวว่า ราคาบ้านในนิวซีแลนด์คาดว่าจะทรงตัว และอาจค่อย ๆ ปรับขึ้นเล็กน้อยตามเวลา พร้อมระบุว่าระบบธนาคารมีสัญญาณตึงตัว (ความเครียดของระบบการเงิน) ในระดับต่ำมาก แม้ยังมีความไม่แน่นอนจากต่างประเทศ
Market Reaction And Policy Signal
ณ เวลารายงาน NZD/USD ปรับขึ้น 1.22% ในวันเดียว อยู่ที่ 0.5955
ความเห็นล่าสุดควรถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่า “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (Official Cash Rate: OCR ซึ่งเป็นดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) จะยังอยู่ในระดับสูงไปอีกระยะ ธนาคารกลางเลือกให้น้ำหนักกับการกดเงินเฟ้อระยะใกล้มากกว่าการเร่งการเติบโต ท่าทีแบบ “คุมเข้ม” (hawkish คือมีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินตึงตัว/ดอกเบี้ยสูงเพื่อสกัดเงินเฟ้อ) แต่ “คงดอกเบี้ย” ช่วยพยุงค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์เมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ธนาคารกลางมีท่าที “ผ่อนคลาย” (dovish คือมีแนวโน้มลดดอกเบี้ย/ผ่อนนโยบายเพื่อพยุงเศรษฐกิจ)
ท่าทีนี้สอดคล้องกับแนวนโยบายของ RBNZ ในปี 2025 ที่คง OCR ไว้ที่ 5.50% เพื่อรับมือเงินเฟ้อที่ยังสูงต่อเนื่อง โดยเงินเฟ้อรายปีของนิวซีแลนด์ยังอยู่ที่ 3.6% ในไตรมาส 1 ปีนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ธนาคารกลางยังไม่พร้อมประกาศว่าคุมเงินเฟ้อได้สำเร็จ ซึ่งช่วยหนุน “ความน่าเชื่อถือ” ของคำมั่นด้าน “เสถียรภาพราคา” (price stability คือการดูแลให้เงินเฟ้อไม่สูงหรือต่ำเกินไป)
สำหรับผู้เทรด “อนุพันธ์” (derivatives คือเครื่องมือการเงินที่มูลค่าอ้างอิงสินทรัพย์ เช่น ฟอเร็กซ์/ดอกเบี้ย) ภาพนี้ชี้ว่า “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility คือระดับความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ของ NZD อาจลดลง เมื่อธนาคารกลางส่งสัญญาณเส้นทางนโยบายที่ค่อนข้างนิ่ง โอกาสเกิดการปรับดอกเบี้ยแบบฉับพลันในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าจึงลดลง กลยุทธ์อย่างการ “ขายสแตรงเกิล” หรือ “ขายสแตรดเดิล” บน NZD/USD (กลยุทธ์ออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งในกรอบ/ไม่ผันผวนมาก โดยรับค่าเบี้ยประกันออปชัน) อาจทำกำไรได้ หากคู่เงินยังเคลื่อนไหวในช่วงที่จำกัด
Drivers For Nzdusd And Risk Backdrop
การดีดตัวแรงของ NZD/USD ไปที่ 0.5955 ยังมาจาก “ความแตกต่างของนโยบาย” ระหว่างนิวซีแลนด์กับสหรัฐฯ (policy divergence คือทิศทางดอกเบี้ย/นโยบายการเงินสวนทางกัน) โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีท่าที “ผ่อนคลาย” มากขึ้นช่วงปลายปี 2025 หลังข้อมูลเศรษฐกิจเริ่มอ่อนลง ความต่างนี้ทำให้ NZD น่าสนใจสำหรับ “แคร์รีเทรด” (carry trade คือการกู้/ขายสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำไปซื้อสกุลเงินดอกเบี้ยสูงเพื่อกินส่วนต่างดอกเบี้ย) จึงช่วยพยุงค่าเงิน
ความทรงตัวของตลาดที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะช่วยลดความเสี่ยงในประเทศ หลังการปรับฐานของราคาที่เห็นชัดจนถึงปลายปี 2024 ตลาดที่ไม่ร่วงต่อทำให้ RBNZ คงนโยบายตึงตัวได้โดยไม่ต้องกังวล “แรงกระแทกทางการเงิน” (financial shock คือเหตุการณ์ที่ทำให้ระบบการเงิน/สินเชื่อตึงตัวรุนแรง) ส่งผลให้ผู้ลงทุนเชื่อว่าธนาคารกลางสามารถโฟกัสที่ภารกิจเงินเฟ้อได้มากขึ้น