ทองคำทรงตัวใกล้ระดับ 5,150 ดอลลาร์ ท่ามกลางความตึงเครียดตะวันออกกลางและท่าทีเฟดสายเหยี่ยวหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ผันผวน

by VT Markets
/
May 7, 2026

ราคาทองคำ (XAU/USD) ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ใกล้ 4,700 ดอลลาร์ ในช่วงเช้าตรู่ของการซื้อขายเอเชียวันพฤหัสบดี การปรับขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังความกังวลเรื่องเงินเฟ้อลดลง จากความหวังต่อข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน

บลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันพุธว่า สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่เพื่อยุติสงคราม โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า ความขัดแย้ง “มีโอกาสสูงมากที่จะยุติลง” และอาจจบลงก่อนการเดินทางไปปักกิ่งในสัปดาห์หน้า

คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยและทองคำ

ความกังวลเรื่องแรงกดดันด้านราคา (เงินเฟ้อ) ที่ลดลง อาจทำให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีโอกาส “ลดดอกเบี้ย” มากขึ้น โดยการลดดอกเบี้ยจะทำให้ “ต้นทุนโอกาส” ของการถือทองคำลดลง (ต้นทุนโอกาสคือสิ่งที่ต้องยอมเสียไปเมื่อเลือกถือสินทรัพย์หนึ่งแทนอีกสินทรัพย์ เช่น ทองคำไม่ให้ดอกเบี้ย)

ตลาดรอรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนเมษายนในวันศุกร์ ซึ่งอาจมีผลต่อท่าทีของเฟดในการกำหนดนโยบายต่อไป หากข้อมูลแรงงานออกมาดี อาจหนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดันทองคำที่ซื้อขายอ้างอิงเป็นดอลลาร์

ทองคำมักถูกใช้เป็น “สินทรัพย์เก็บมูลค่า” และ “สื่อกลางในการแลกเปลี่ยน” และมักถูกมองเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven คือสินทรัพย์ที่นักลงทุนมักซื้อเมื่อความเสี่ยงสูง) อีกทั้งถูกใช้เป็น “เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง” จากเงินเฟ้อและค่าเงินที่อ่อนลง (hedge คือการถือสินทรัพย์เพื่อลดผลกระทบจากความเสี่ยง)

ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด และอาจซื้อทองเพื่อกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ (diversify reserves คือไม่ถือสินทรัพย์ประเภทเดียวมากเกินไป) โดยในปี 2022 ธนาคารกลางซื้อเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์รายปี

ความเชื่อมโยงระหว่างดอลลาร์ พันธบัตรสหรัฐฯ และความเสี่ยงตลาด

ราคาทองคำมักเคลื่อนไหว “สวนทาง” กับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasuries คือพันธบัตรที่รัฐบาลสหรัฐออก) และมักอ่อนลงเมื่อหุ้นปรับขึ้น แต่จะแข็งขึ้นเมื่อเกิดแรงขายในตลาด (sell-off คือภาวะที่มีการเทขายสินทรัพย์อย่างรวดเร็ว)

ในเดือนพฤษภาคม 2025 ทองคำเคยไต่ระดับไปใกล้ 4,700 ดอลลาร์ จากความหวังต่อดีลสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งทำให้ตลาดมองว่าเฟดอาจผ่อนนโยบายการเงินที่เข้มงวด (restrictive policy คือการใช้อัตราดอกเบี้ยสูงเพื่อกดเงินเฟ้อ) และเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ นักลงทุนคาดว่าจะได้แรงหนุนทั้งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลง และดอกเบี้ยที่อาจปรับลง

แต่ในเดือนพฤษภาคม 2026 สถานการณ์กลับตาลปัตร หลังข้อตกลงสันติภาพดังกล่าวล่มในช่วงปลายปีก่อน ทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมารุนแรง ทองคำจึงมี “ฐานราคา” ใหม่ โดยขณะนี้ราคาแกว่งตัวสะสมแถว 5,150 ดอลลาร์ ความขัดแย้งที่กลับมาทำให้บทบาท “สินทรัพย์ปลอดภัย” ของทองยิ่งเด่นชัด

เดิมตลาดคาดการลดดอกเบี้ย แต่เงินเฟ้อที่ยังสูงทำให้เฟดยังมีท่าที “เข้มงวด” (hawkish คือให้ความสำคัญกับการคุมเงินเฟ้อ แม้ต้องคง/ขึ้นดอกเบี้ย) อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ (Federal Funds Rate คือดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของสหรัฐ) ถูกตรึงไว้ที่ 6.0% ตลอด 2 ไตรมาสที่ผ่านมา และเริ่มมีเสียงคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ส่งผลให้ต้นทุนโอกาสของการถือสินทรัพย์ที่ “ไม่ให้ดอกผล” อย่างทองคำสูงขึ้น (non-yielding asset คือสินทรัพย์ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ย/ปันผล)

รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI คือมาตรวัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการ) เดือนเมษายน 2026 สะท้อนเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation คือเงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก) อยู่ที่ 3.9% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่คนหวังว่าจะเย็นลง ขณะเดียวกัน ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (non-farm payrolls คือจำนวนการจ้างงานใหม่ที่ไม่รวมภาคเกษตร) สัปดาห์ก่อนเพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง 280,000 ตำแหน่ง ทำให้เฟดมีเหตุผลน้อยลงที่จะลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ ดอลลาร์ที่แข็งค่าจึงจำกัดโอกาสที่ราคาทองจะพุ่งแรงในระยะนี้

ภาพรวมทำให้ทองคำถูกดึงคนละทาง ระหว่างแรงซื้อเพื่อหลบความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนโลก กับภาระต้นทุนโอกาสที่สูงจากดอกเบี้ยระดับสูง ภายใต้ความไม่แน่นอนนี้ นักเทรดอาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวน เช่น การซื้อสตรัดเดิลหรือสแตรงเกิลบนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ (straddle/strangle คือการซื้อออปชันทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย เพื่อหวังได้กำไรเมื่อราคาขยับแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง)

ขณะนี้ “ความผันผวนโดยนัย” ในออปชันทองคำ (implied volatility คือระดับความผันผวนที่สะท้อนจากราคาออปชัน) เริ่มขยับขึ้น สะท้อนว่าตลาดคาดว่าราคามีโอกาสแกว่งแรง แม้ยังไม่ชัดว่าทิศทางไหน ทำให้ออปชันแพงขึ้น และย้ำว่าราคาอาจขยับแรงจากถ้อยแถลงของเฟดหรือข่าวตะวันออกกลาง ทั้งนี้ตลาดอยู่ในภาวะอัดแน่น และการถือสถานะผ่านตราสารอนุพันธ์ (derivatives คือเครื่องมือที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ควรเตรียมรับการเบรกออกจากกรอบมากกว่าการไล่ตามแนวโน้มยาวๆ

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code