สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐ (EIA: สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ) ลดลง 2.314 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 1 พ.ค. ขณะที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 2.8 ล้านบาร์เรล
การลดลงของสต็อกน้ำมันดิบ (inventory draw: ปริมาณน้ำมันคงคลังลดลง) 2.314 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ล่าสุด ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ สะท้อนว่าอุปสงค์ (demand: ความต้องการใช้น้ำมัน) ก่อนเข้าสู่ฤดูขับรถท่องเที่ยวช่วงหน้าร้อนของสหรัฐ (summer driving season: ช่วงหน้าร้อนที่การเดินทางด้วยรถยนต์มากขึ้น ทำให้การใช้น้ำมันมักเพิ่ม) อาจไม่แข็งแกร่งอย่างที่ประเมินไว้ในตอนแรก ส่งผลให้มุมมองเชิงบวกต่อราคา (bullish: คาดว่าราคามีโอกาสขึ้น) ที่เห็นช่วงหลังเริ่มชะลอลง
สัญญาณอุปสงค์เข้าสู่ช่วงหน้าร้อน
แม้การคาดการณ์การเดินทางช่วงหน้าร้อนของสหรัฐยังดูดี แต่ข้อมูลรายสัปดาห์ล่าสุดบ่งชี้ว่าอุปสงค์น้ำมันเบนซิน (gasoline demand: ความต้องการใช้น้ำมันเบนซิน) อ่อนลง ทำให้สัญญาณออกมา “ก้ำกึ่ง” นอกจากนี้ ยังถูกกดดันจากดัชนี PMI ภาคการผลิตจีน (Purchasing Managers’ Index: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ใช้วัดแนวโน้มภาคการผลิต โดยตัวเลขเหนือ 50 หมายถึงขยายตัว ต่ำกว่า 50 หมายถึงหดตัว) เดือนเม.ย. ที่ 50.4 ซึ่งสะท้อนการขยายตัวที่ชะลอลง และอาจเป็นสัญญาณความอ่อนแอจากประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลก
ด้านอุปทาน (supply: ปริมาณน้ำมันในตลาด) ตลาดจับตาการประชุม OPEC+ (กลุ่มโอเปกและพันธมิตร) ต้นเดือนมิ.ย. ว่าจะขยายมาตรการลดกำลังการผลิต (production cuts: การลดปริมาณการผลิตเพื่อพยุงราคา) หรือไม่ ขณะเดียวกัน รายงาน Baker Hughes (บริษัทบริการด้านพลังงานที่เผยแพร่จำนวนแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์) ระบุว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐ (oil rig count: จำนวนแท่นขุดที่ใช้งาน สะท้อนแนวโน้มการผลิตในอนาคต) เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ชี้ว่าอุปทานอาจทยอยเพิ่มในระยะถัดไป
กลยุทธ์ออปชันสำหรับ WTI
ท่ามกลางความไม่แน่นอนในปัจจุบัน การขายสัญญาออปชันคอล (call options: สิทธิในการซื้อ) ที่อยู่นอกเงิน (out-of-the-money: ราคาใช้สิทธิ “สูงกว่า” ราคาปัจจุบันสำหรับคอล โอกาสถูกใช้สิทธิต่ำ) บนสัญญาน้ำมัน WTI ล่วงหน้า (WTI futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส) เป็นแนวทางที่เหมาะสม กลยุทธ์นี้ช่วยรับค่าเบี้ยประกัน (premium: เงินที่ได้รับจากการขายออปชัน) พร้อมวางเดิมพันว่าราคามีโอกาสขึ้นต่อได้จำกัดในระยะใกล้