โซซิเอเต้ เจเนอราล ระบุว่า เงินเยนญี่ปุ่นมีมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หากประเมินด้วยแนวคิด “กำลังซื้อเท่าเทียม” (Purchasing Power Parity: PPP คือการเทียบว่าค่าเงินควรอยู่ระดับใดเมื่อพิจารณาระดับราคาสินค้าในแต่ละประเทศให้ใกล้เคียงกัน) โดยธนาคารประเมินมูลค่ายุติธรรมของ USD/JPY ใกล้ระดับ 95 ต่ำกว่าระดับปัจจุบันมาก
ธนาคารรายงานว่า เงินเยนยังถูกนำไปใช้ใน “แคร์รี่เทรด” (Carry trade คือการกู้หรือขายสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำ แล้วไปถือสินทรัพย์/สกุลเงินที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเพื่อกินส่วนต่าง) เพราะส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารกลางอื่น ๆ โดยระบุว่า การถือสถานะลักษณะนี้อาจเปราะบาง หากอัตราแลกเปลี่ยนปรับลง
มูลค่าเงินเยนและความเสี่ยงด้านสถานะการถือครอง
รายงานระบุว่า การขยับขึ้นของ USD/JPY ไปใกล้ 160 สองครั้งล่าสุดถูกสกัดด้วย “การแทรกแซงค่าเงิน” (Foreign exchange intervention คือภาครัฐเข้าซื้อ/ขายเงินตราในตลาดเพื่อชะลอหรือเปลี่ยนทิศทางค่าเงิน) แต่ผลกระทบอยู่ได้ไม่นาน นอกจากนี้ยังกล่าวถึงดัชนีนิกเกอิที่ปรับขึ้นควบคู่กับการมี “สถานะขายเยน” อยู่เดิม (Short yen คือคาดว่าเยนจะอ่อนค่า จึงขาย/ยืมหรือถือสถานะที่ได้ประโยชน์เมื่อเยนอ่อน)
โซซิเอเต้ เจเนอราล ระบุว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และกระทรวงการคลังญี่ปุ่นอาจชี้นำให้ USD/JPY ปรับลง โดยมองความเป็นไปได้ของการลงไปแถว 150 มากกว่าระดับ 140 ที่เคยเห็นในการย่อตัวก่อนหน้า
เราเห็นว่าเงินเยนญี่ปุ่นมีมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงมาก โดยมูลค่ายุติธรรมตามกำลังซื้อเท่าเทียมอยู่ใกล้ 95 ต่อดอลลาร์ ขณะที่ปัจจุบันซื้อขายราว 158.50 ทำให้การถือสถานะขายเยนมีความเสี่ยงมากขึ้น ช่องว่างด้านมูลค่านี้สะท้อนว่าตลาดอาจเกิดการปรับฐานแรงได้
แนวทางที่เป็นไปได้ของ USD/JPY
แรงจูงใจของการขายเยนมาจากบทบาทในแคร์รี่เทรด โดยได้แรงหนุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างระหว่างธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ 5.50% และ BOJ ที่ 0.1% อย่างไรก็ดี ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า “สถานะสุทธิฝั่งขายของนักเก็งกำไร” (Speculative net-short คือจำนวนสัญญา/สถานะฝั่งขายหักลบฝั่งซื้อของกลุ่มนักเก็งกำไร) อยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายปี สะท้อนว่าการเทรดด้านนี้หนาแน่นมาก การวางสถานะแบบประมาทอาจเปราะบางและเสี่ยง “ปิดสถานะพร้อมกัน” (Unwind คือการทยอย/เร่งปิดสถานะเดิม ซึ่งอาจทำให้ราคาเคลื่อนไหวเร็ว)
สัญญาณเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่แข็งแรงขึ้น เช่น นิกเกอิ 225 ซื้อขายเหนือ 42,000 จุด อาจท้าทายมุมมอง “เยนอ่อน” ข้อมูลเงินเฟ้อพื้นฐานล่าสุดเดือนเมษายน 2026 อยู่ที่ 2.2% ยังสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลาง และเพิ่มแรงกดดันให้ “ปรับนโยบายกลับสู่ภาวะปกติ” (Policy normalization คือการลดความผ่อนคลาย เช่น ขึ้นดอกเบี้ย/ลดมาตรการกระตุ้น) ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ทางการมีเหตุผลมากขึ้นที่จะสนับสนุนค่าเงินที่แข็งขึ้น
ที่ผ่านมา ทางการเคยสกัดการขึ้นไปใกล้ 160 ด้วยการแทรกแซง เช่น ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2024 แม้ผลจะอยู่ไม่นาน รอบนี้ตลาดเชื่อมากขึ้นว่ากระทรวงการคลังและ BOJ อาจทำให้คู่เงินปรับลง โดยเป้าหมายของการลดลงแบบ “คุมจังหวะ” (Managed decline คือปล่อยให้ลงแต่ดูแลไม่ให้ผันผวนรุนแรง) น่าจะอยู่ที่ 150 ซึ่งไม่รุนแรงเท่าการลงไป 140 ที่เคยเกิดในรอบก่อน
จากมุมมองดังกล่าว ผู้ลงทุนควรพิจารณากลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงจากการปรับลงของ USD/JPY เช่น ซื้อ “ออปชันแบบพุต” (Put option คือสิทธิในการขายที่ราคาที่กำหนด) ที่ราคาใช้สิทธิ (Strike price) ราว 155 หรือ 152.50 และหมดอายุใน 1–2 เดือนข้างหน้า อีกทางคือ “สเปรดพุตขาลง” (Bear put spread คือซื้อพุตราคาใช้สิทธิสูงและขายพุตราคาใช้สิทธิต่ำ เพื่อจำกัดต้นทุนและกำไร/ขาดทุน) ซึ่งอาจคุ้มค่ามากขึ้นหากต้องการเล่นเป้าหมายลงไปที่ 150 โดยเฉพาะ
สร้างบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ได้เลย