GBP/USD ปรับขึ้นในวันพุธ และซื้อขายใกล้ 1.3630 ณ เวลาที่เขียน เพิ่มขึ้น 0.65% ในวันเดียวกัน การขยับขึ้นเกิดหลังดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่ากว้าง ๆ เพราะความต้องการ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe-haven assets: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อกังวลความเสี่ยง เช่น ดอลลาร์ พันธบัตรรัฐบาล ทองคำ) ลดลง ภายหลังมีรายงานว่าความคืบหน้าทางการทูตระหว่างสหรัฐและอิหร่านดีขึ้น
Axios รายงานว่า ตัวแทนสหรัฐและอิหร่านใกล้บรรลุ “บันทึกความเข้าใจ” (Memorandum of Understanding หรือ MOU: เอกสารแสดงเจตนาร่วมกัน ยังไม่เท่ากับสัญญาที่มีผลผูกพันเต็มรูปแบบ) เพื่อยุติความขัดแย้งปัจจุบัน รายงานยังกล่าวถึงการเข้าสู่รอบการเจรจาใหม่เกี่ยวกับ “โครงการนิวเคลียร์” (Nuclear programme: โครงการพัฒนาเทคโนโลยีและกิจกรรมนิวเคลียร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผลิตเชื้อเพลิงหรือวัสดุนิวเคลียร์) ของอิหร่าน
แรงรับความเสี่ยงกดดันดอลลาร์
บรรยากาศรับความเสี่ยง (Risk appetite: ความพร้อมของนักลงทุนในการถือสินทรัพย์เสี่ยง) เพิ่มขึ้นทั่วตลาด ลดความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานโลก “ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ” (US Dollar Index หรือ DXY: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินสกุลหลัก) ลดลง 0.71% มาอยู่ที่ 97.80 ช่วยหนุนสกุลเงินหลักรวมถึงปอนด์
ฝั่งสหราชอาณาจักร การเลือกตั้ง Scottish Parliament และ Welsh Senedd มีกำหนดวันพฤหัสบดี ทำให้ตลาดระมัดระวังสินทรัพย์อังกฤษมากขึ้น Commerzbank ระบุว่า หากผลออกมาไม่ดีต่อรัฐบาลพรรคแรงงาน อาจเพิ่มความเสี่ยงทางการเมือง
ข้อมูลเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรยังแข็งแกร่ง โดย S&P Global UK Services PMI (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ: ตัวชี้วัดกิจกรรมธุรกิจ ค่ามากกว่า 50 หมายถึงขยายตัว) ถูกปรับขึ้นเป็น 52.7 ในเดือนเมษายน จาก 52 และสูงขึ้นจาก 50.5 ในเดือนมีนาคม ส่วน S&P Global UK Composite PMI (ดัชนีรวมภาคการผลิต+บริการ) เพิ่มเป็น 52.6 จาก 50.3
ตลาดยังรอรายงาน ADP Employment Change (ตัวเลขการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานจาก ADP: ประมาณการการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐที่ตลาดใช้เป็นสัญญาณก่อนตัวเลขทางการ)