ความผันผวนของตลาดเพิ่มขึ้นในวันพุธที่ 6 พฤษภาคม หลังนักลงทุนติดตามข่าวตะวันออกกลาง และความเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น หลังมีข้อสงสัยว่าเกิด “การแทรกแซงค่าเงิน” (การที่หน่วยงานรัฐซื้อ/ขายเงินตราโดยตรงเพื่อพยุงหรือกดค่าเงิน) ต่อมา ปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐจะมีข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนเดือนเมษายน
ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ระงับ “Project Freedom” โดยอ้างว่า “มีความคืบหน้าอย่างมาก” สู่ข้อตกลงสันติภาพถาวรกับอิหร่าน ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน กล่าวว่า สหรัฐกำลังใช้นโยบาย “แรงกดดันสูงสุด” และเป็น “ไปไม่ได้” ที่อิหร่านจะยอมทำตามข้อเรียกร้องฝ่ายเดียวของสหรัฐ
Markets React To Geopolitics And FX Moves
WTI (น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ซึ่งเป็นราคามาตรฐานน้ำมันดิบของสหรัฐ) ซื้อขายใกล้ 96 ดอลลาร์ ลดลงราว 4% ในวันเดียว ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index หรือ DXY เป็นดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) ลดลงราว 0.5% มาใกล้ 98.00 ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐ (stock index futures คือสัญญาที่อ้างอิงดัชนีหุ้นเพื่อคาดการณ์/ป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า) ปรับขึ้น 0.3% ถึง 0.8% ในช่วงการซื้อขายยุโรป
USD/JPY ร่วงลงแตะ 155.00 จากราว 158.00 ภายในไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก่อนมาเคลื่อนไหวที่ 156.20 ลดลง 1.1% ในวันเดียว EUR/USD เพิ่มขึ้นราว 0.4% ใกล้ 1.1730 และ GBP/USD ขยับขึ้นมาแถว 1.3600
AUD/USD พุ่งมากกว่า 0.7% ขึ้นเหนือ 0.7230 สูงสุดนับตั้งแต่มิถุนายน 2022 ทองคำปรับขึ้นมากกว่า 2.5% มุ่งสู่ 4,700 ดอลลาร์
ภาวะการจ้างงานมีผลต่อค่าเงินผ่านการใช้จ่าย การเติบโต เงินเฟ้อ และนโยบายธนาคารกลาง โดยตลาดติดตามการเติบโตของค่าจ้าง เพราะเป็นปัจจัยทำให้เงินเฟ้อ “เหนียว” (ลดลงยาก) และธนาคารกลาง รวมถึงเฟดและอีซีบี ใช้ข้อมูลแรงงานเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจนโยบาย
Key Volatility And Options Implications
ต้องจับตาการแทรกแซงเงินเยนที่ถูกสงสัยอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นสัญญาณว่าผู้กำหนดนโยบายกำหนด “กรอบชัดเจน” ของค่าเงิน ย้อนดูในปี 2024 เคยเกิดการเคลื่อนไหวรุนแรงคล้ายกัน เมื่อทางการญี่ปุ่นใช้เงินเกือบ 60,000 ล้านดอลลาร์เพื่อพยุงค่าเงิน ประวัตินี้ชี้ว่า “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility คือความผันผวนที่ตลาดคาดผ่านราคาออปชัน) ของออปชันเงินเยนมีแนวโน้มพุ่ง ทำให้กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการแกว่งแรง เช่น “ลองสแตรดเดิล” (long straddle คือซื้อออปชัน Call และ Put พร้อมกันที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังกำไรจากการขึ้นหรือลงแรง) น่าสนใจกว่าการขายออปชัน
ความอ่อนค่าของดอลลาร์ขึ้นกับรายงานการจ้างงานภาคเอกชนที่กำลังประกาศ เพราะมีผลต่อทิศทางการตัดสินใจของเฟด หากออกมาอ่อนกว่าคาด คล้ายช่วงชะลอปลายปี 2023 จะหนุนมุมมองว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น และกดดอลลาร์ลงต่อ ผู้ซื้อขาย “อนุพันธ์” (derivatives คือสัญญาที่อ้างอิงสินทรัพย์อื่น เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) จึงควรเตรียมรับความเสี่ยงขาลงของ DXY อาจใช้ “พุตออปชัน” (put option คือสิทธิในการขายที่ราคาใช้สิทธิ เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรขาลง) เพื่อป้องกันหรือเก็งกำไร
การร่วง 4% ของ WTI สะท้อนว่า “ส่วนเพิ่มความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์” (geopolitical risk premium คือราคาที่ตลาดบวกเพิ่มเพราะความเสี่ยงสงคราม/ความตึงเครียด) สามารถหายไปเร็วเพียงใด หากความตึงเครียดตะวันออกกลางลดลง ความผันผวนของน้ำมันมีแนวโน้มถูกกด โดยในอดีตดัชนี OVX (Oil Volatility Index ดัชนีวัดความผันผวนที่คาดของราคาน้ำมันจากออปชัน) เคยร่วงเป็นเลขสองหลักภายในสัปดาห์เดียวหลังสถานการณ์คลี่คลาย ทำให้การซื้อพุตออปชันเพื่อกันราคาลงต่อยังเป็นแนวทางที่รอบคอบ แต่ต้นทุนอาจสูงขึ้นแล้ว
เมื่อบรรยากาศตลาดดีขึ้น “คอลออปชัน” (call option คือสิทธิในการซื้อที่ราคาใช้สิทธิ เพื่อเก็งกำไรขาขึ้นหรือป้องกันความเสี่ยง) บนดัชนีหุ้นสหรัฐหลักน่าสนใจมากขึ้น โดยคาดว่า VIX (ดัชนีความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ มักเรียกดัชนีความกลัว) จะอ่อนจากระดับสูงล่าสุด ซึ่งเคยเกิดในช่วงตลาดรับความเสี่ยง (risk-on คือช่วงที่นักลงทุนกล้ารับความเสี่ยงมากขึ้น) ต้นปี 2024 ที่ VIX มักยืนต่ำกว่า 15 เมื่อ VIX ต่ำลง ต้นทุนการซื้อคอลจะถูกลง ช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากตลาดหุ้นขาขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า
การพุ่งของดอลลาร์ออสเตรเลียขึ้นระดับสูงสุดตั้งแต่กลางปี 2022 มาจากทั้งแรงรับความเสี่ยงและดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า การทะลุเหนือ 0.7230 บ่งชี้ว่าโมเมนตัมขาขึ้นยังแข็งแรง อาจพิจารณา “คอลสเปรด” (call spread คือซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อจำกัดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง/กำไรสูงสุด) ในคู่ AUD/USD เพื่อเกาะกระแส พร้อมกำหนดความเสี่ยงสูงสุดหากบรรยากาศตลาดกลับทิศ
ทองคำได้แรงหนุนหลักจากดอลลาร์อ่อน ทำให้ราคาขึ้นได้แม้ตลาดอยู่ในโหมดรับความเสี่ยง ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทองมักเคลื่อนไหวสวนกับ DXY อย่างชัดเจน (ความสัมพันธ์เชิงลบคือเมื่อดอลลาร์ลง ทองมักขึ้น) จึงใช้เป็นเครื่องมือเล่นทิศทางดอลลาร์ได้ ดังนั้นการใช้ “โกลด์ฟิวเจอร์ส” (gold futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ) หรือออปชันทองคำ ยังเป็นแนวทางที่เหมาะสำหรับมุมมองว่าดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสอ่อนค่าในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า