ราคาทองคำในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปรับขึ้นในวันพุธ ตามข้อมูลที่ FXStreet รวบรวม โดยทองคำอยู่ที่ 549.08 ดีแรห์ม (AED) ต่อกรัม เพิ่มขึ้นจาก 538.00 ดีแรห์มในวันอังคาร
ทองคำเพิ่มขึ้นเป็น 6,404.37 ดีแรห์มต่อ “โทลา” (tola: หน่วยชั่งน้ำหนักที่นิยมในเอเชียใต้ คิดเป็นราว 11.66 กรัม) จาก 6,275.10 ดีแรห์มเมื่อวันก่อนหน้า อัตราที่แสดงไว้คือ 5,491.08 ดีแรห์มสำหรับ 10 กรัม และ 17,078.19 ดีแรห์มต่อ “ทรอยออนซ์” (troy ounce: หน่วยชั่งน้ำหนักมาตรฐานของโลหะมีค่า เท่ากับประมาณ 31.1035 กรัม)
Uae Gold Rate Snapshot
FXStreet คำนวณราคาทองคำในยูเออีด้วยการแปลงจากราคาทองคำในตลาดโลก โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน USD/AED (ดอลลาร์สหรัฐ/ดีแรห์ม) และหน่วยชั่งน้ำหนักในท้องถิ่น ราคาอัปเดตทุกวัน ณ เวลาที่เผยแพร่และใช้เพื่อการอ้างอิง โดยราคาหน้าร้านอาจต่างออกไปเล็กน้อย
ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ที่รัฐบาลสหรัฐออก) ปัจจัยที่มีผลต่อราคายังรวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (ความตึงเครียดระหว่างประเทศ), ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย, อัตราดอกเบี้ย และการเปลี่ยนแปลงของดอลลาร์สหรัฐ เพราะทองคำซื้อขายอ้างอิงเป็นดอลลาร์ (XAU/USD: ราคาทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐ)
เราพบว่าราคาทองคำเริ่มทรงตัวแข็งขึ้น สะท้อนแนวโน้มกว้างจากการคาดการณ์ของตลาดที่เปลี่ยนไป แรงหนุนล่าสุดมาจากสัญญาณของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่อาจ “พัก” การขึ้นดอกเบี้ยซึ่งเป็นวงจรที่เด่นในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย (non‑yielding asset: ถือแล้วไม่ได้รับดอกผลเป็นดอกเบี้ย) จึงน่าสนใจขึ้นเมื่อ “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” (opportunity cost: ผลตอบแทนที่พลาดไปจากการไม่ถือสินทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ย) ไม่เพิ่มขึ้นตามดอกเบี้ย
Market Strategy Considerations
อุปสงค์จากธนาคารกลางยังช่วยพยุงราคาได้ดี โดยข้อมูลไตรมาส 1 ปี 2026 ชี้ว่ามียอดซื้อสุทธิ (net purchases: ซื้อรวมมากกว่าขาย) มากกว่า 290 ตันทั่วโลก การซื้อที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากธนาคารกลางในประเทศเกิดใหม่ ช่วยลดแรงกดดันจากการย่อตัวระยะสั้น นอกจากนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเมษายน 2026 แม้ชะลอลงเล็กน้อย แต่ยังสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลาง ทำให้ทองคำยังเป็น “เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง” (hedge: ลดผลกระทบจากความไม่แน่นอน เช่น เงินเฟ้อ) ที่น่าสนใจ
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ดัชนีวัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) อ่อนค่าลงเกือบ 2% นับตั้งแต่การประชุม Fed เดือนมีนาคม 2026 ซึ่งเป็นแรงหนุนโดยตรงต่อราคาทองคำ ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในยุโรปตะวันออกยังดำเนินต่อ ส่งผลให้เงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven: สินทรัพย์ที่มักได้รับความสนใจเมื่อความเสี่ยงสูง เช่น ทองคำ) ภาวะดอลลาร์อ่อนและความกังวลความเสี่ยงทำให้ภาพรวมยังเอื้อต่อการปรับขึ้นต่อ
เมื่อมองย้อนการเคลื่อนไหวในปี 2025 จะเห็นการปรับฐานลงแรงจากการที่ตลาดคาด “การขึ้นดอกเบี้ยแบบเร่ง” หลายครั้งผิดไป หากมีข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดจนทำให้ Fed ส่งสัญญาณเข้มงวดขึ้น อาจเกิดแรงขายลักษณะเดียวกันได้ จึงควรให้ความสำคัญกับคำสั่ง “ตัดขาดทุน” (stop-loss: ตั้งขายอัตโนมัติเพื่อลดการขาดทุน) สำหรับผู้ถือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาตกลงซื้อขายสินทรัพย์ในอนาคต) และควรติดตามตลาดหุ้น เพราะหากความต้องการรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เงินทุนอาจไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยได้