EUR/USD ปรับขึ้นเข้าใกล้ 1.1720 ในการซื้อขายช่วงเอเชียวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้น (risk mood คือความต้องการรับความเสี่ยงของนักลงทุนเพิ่มขึ้น ทำให้เงินไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยไปยังสินทรัพย์เสี่ยง) ตลาดรอรายงาน US ADP Employment Change ในวันพุธนี้ (ADP คือรายงานการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐจากบริษัท ADP มักใช้เป็นสัญญาณนำก่อนตัวเลขจ้างงานทางการ)
เมื่อวันอังคาร The Guardian รายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า “Project Freedom” และการเคลื่อนย้ายเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูก “พักไว้” ทรัมป์กล่าวว่า “การปิดล้อม” ของสหรัฐ “ยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่” และการพักดังกล่าวเพื่อเปิดเวลาให้ข้อตกลงสหรัฐ-อิหร่านมีโอกาสสรุปและลงนาม (blockade คือการสกัดกั้น/จำกัดการเดินเรือหรือการขนส่งเพื่อกดดันอีกฝ่าย)
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และมุมมองตลาด
พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐกล่าวเมื่อวันอังคารว่า การหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านยังคงมีผล แม้มีเหตุโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ นักเทรดยังติดตามข่าวความคืบหน้าเรื่องการหยุดยิงและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ฝั่งยุโรป คณะกรรมาธิการยุโรประบุเมื่อวันอังคารว่า หัวหน้าฝ่ายการค้าของสหภาพยุโรป (EU) เรียกร้องให้สหรัฐเร่ง “ฟื้น” การใช้มาตรการภาษีตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงการค้าระหว่าง EU-สหรัฐเมื่อปีก่อน คณะกรรมาธิการระบุว่าหากเงื่อนไขหลักพร้อมก่อนครบรอบ 1 ปีของข้อตกลงช่วงปลายเดือนก.ค. จะช่วยให้การเจรจาราบรื่นขึ้น (tariff คือภาษีนำเข้า)
Reuters รายงานว่า มารอส เซฟโควิช พบกับ เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ในกรุงปารีสเมื่อวันอังคาร ประเด็นที่ EU กังวลรวมถึงคำขู่ของทรัมป์ที่จะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกจาก EU เป็น 25%
ตลาดมักตอบสนองต่อความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนไป เพราะเมื่อความตึงเครียด “ผ่อนคลาย” เงินดอลลาร์มักอ่อนแรงจากการที่บทบาท “สินทรัพย์ปลอดภัย” ลดลง (safe-haven คือสินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อเกิดความเสี่ยงสูง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ)
ขณะนี้เกิดภาพคล้ายกันจากข่าวการถอยกำลังของเรือรบในช่องแคบไต้หวัน ซึ่งช่วยลดความกังวลของตลาด ดัชนีความผันผวน CBOE VIX (VIX คือดัชนีคาดการณ์ความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ มักถูกเรียกว่า “ดัชนีความกลัว”) สะท้อนภาพดังกล่าว โดยลดลงเกือบ 10% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 14 เล็กน้อย ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดอยู่ในภาวะความผันผวนต่ำ และอาจเอื้อต่อค่าเงินที่มีความเสี่ยงสูงกว่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์
การวางกลยุทธ์ออปชันในช่วงความผันผวนต่ำ
สำหรับนักลงทุนออปชัน (options คือสัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ที่ราคา/ภายในเวลาที่กำหนด) ภาวะนี้มักเอื้อต่อการ “ขายพรีเมียม” (selling premium คือการขายออปชันเพื่อรับค่าเบี้ยประกัน/ค่าพรีเมียมล่วงหน้า) ตัวอย่างคือขายออปชันขาย (put) ที่ราคาใช้สิทธิอยู่นอกระดับตลาด (out-of-the-money คือราคาใช้สิทธิไกลกว่าราคาในตลาด ทำให้โอกาสถูกใช้สิทธิน้อยลง) บน EUR/USD เพื่อรับรายได้ และวางตำแหน่งเผื่อการปรับขึ้นจำกัด หรือใช้กลยุทธ์ “คอลสเปรดขาขึ้น” (bullish call spread คือซื้อออปชันซื้อและขายออปชันซื้ออีกตัวที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) เพื่อกำหนดความเสี่ยงและเป้าหมายด้านบนให้ชัด
อย่างไรก็ดี ยังต้องจับตาความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐกับกลุ่มการค้าอเมริกาใต้ “เมอร์โคซูร์” (Mercosur คือกลุ่มการค้าระหว่างบราซิล อาร์เจนตินา อุรุกวัย ปารากวัย เป็นต้น) ในประเด็นเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (subsidy คือการสนับสนุน/ช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐเพื่อลดต้นทุน) ความไม่แน่นอนด้านภาษีและการค้าเช่นนี้มักจำกัดแรงหนุนของยูโรในระยะสั้น
เมื่อมีแรงกดดันด้านการค้าแฝงอยู่ การมี “ประกันความเสี่ยงขาลง” จึงเหมาะสม วิธีพื้นฐานคือซื้อออปชันขาย EUR/USD ที่ราคานอกระดับตลาดและไกลออกไป (cheap, further out-of-the-money puts คือพุตราคาถูกที่อยู่ไกลจากราคาปัจจุบัน ใช้เป็นประกันกรณีตลาดกลับทิศแรง) เพื่อคุ้มครองพอร์ตหากการเจรจาคลี่คลายไปในทางลบอย่างฉับพลัน
สร้างบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้