การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานของนิวซีแลนด์ในไตรมาส 1 อยู่ที่ 0.2% ขณะที่ตลาดคาดการณ์ 0.3%
ผลจริงต่ำกว่าคาด 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ ข้อมูลนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานแบบเทียบไตรมาสต่อไตรมาส (quarter-on-quarter) สำหรับไตรมาส 1
Rbnz Policy Implications
ตัวเลขการจ้างงานไตรมาสแรกลดต่ำกว่าคาดเล็กน้อย สะท้อนว่าตลาดแรงงานเริ่มชะลอตัว ทำให้ความสนใจหันไปที่ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (Reserve Bank of New Zealand: RBNZ) โดยความอ่อนแอนี้เพิ่มโอกาสที่ RBNZ จะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Official Cash Rate: OCR หรือ “ดอกเบี้ยนโยบายหลัก”) เร็วกว่าที่เคยคาด อาจเร็วสุดในไตรมาส 3 เรามองว่าตลาดจะเริ่ม “ตีราคา” ท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น (dovish stance คือมีแนวโน้มลดดอกเบี้ย/ผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อประคองเศรษฐกิจ) คล้ายการเปลี่ยนท่าทีของหลายประเทศในช่วงเศรษฐกิจชะลอปี 2024
มุมมองนี้เป็นสัญญาณลบต่อค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า เราคาดว่า NZD/USD จะเผชิญแรงกดดันขาลง มีโอกาสทดสอบแนวรับ (support level คือระดับราคาที่มักมีแรงซื้อเข้ามาพยุง) ที่ไม่เห็นมาตั้งแต่ปลายปี 2025 นักเทรดที่ใช้ “อนุพันธ์” (derivatives คือสัญญาการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์ เช่น ค่าเงิน ดอกเบี้ย หรือดัชนี) อาจพิจารณาซื้อออปชันขาย (put option คือสิทธิในการขายที่ราคาอ้างอิง ใช้ทำกำไรเมื่อราคาลดลงหรือป้องกันความเสี่ยง) ของ NZD หรือเปิดสถานะขาย (short position คือการทำกำไรจากราคาที่คาดว่าจะลดลง) ในสัญญาฟิวเจอร์ส NZD (futures คือสัญญาซื้อ/ขายล่วงหน้า) เพื่อรับประโยชน์จากการอ่อนค่าที่คาดไว้
นอกจากค่าเงิน แนวทางที่ตรงที่สุดคือมองผ่าน “คาดการณ์ดอกเบี้ย” โดยจับตาเครื่องมืออย่างสัญญาฟิวเจอร์สตั๋วเงินธนาคารนิวซีแลนด์ (New Zealand bank bill futures คือสัญญาที่สะท้อนดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงิน) ซึ่งการเปิดสถานะซื้อ (going long คือคาดว่าราคาสัญญาจะขึ้น) เท่ากับเดิมพันว่าดอกเบี้ยระยะสั้นจะลดลง (เพราะราคาฟิวเจอร์สดอกเบี้ยมักเคลื่อนไหวสวนทางกับอัตราดอกเบี้ย) ข้อมูลครั้งนี้ท้าทายมุมมองที่ทำให้ OCR อยู่ระดับสูง 5.5% มาเป็นเวลานาน ซึ่งเริ่มแตะระดับนี้ตั้งแต่พฤษภาคม 2023
สำหรับตลาดหุ้น สถานการณ์นี้เพิ่มความไม่แน่นอน ซึ่งอาจกลายเป็นโอกาส แม้เศรษฐกิจอ่อนแอจะกดดันกำไรบริษัท (headwind คือปัจจัยลบ) แต่โอกาสดอกเบี้ยลดลงจะเป็นปัจจัยหนุนต่อมูลค่าเหมาะสมของหุ้น (tailwind คือปัจจัยบวก โดยดอกเบี้ยต่ำทำให้การประเมินมูลค่าหุ้นดูสูงขึ้นได้) จึงอาจพิจารณาใช้ออปชันเพื่อเทรด “ความผันผวน” (volatility คือระดับการแกว่งของราคา) ของดัชนี NZX 50 เช่น กลยุทธ์สตรัดเดิล (straddle คือการซื้อออปชันซื้อและออปชันขายที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังได้กำไรหากราคาขยับแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) เพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง