ดุลงบประมาณของฝรั่งเศสลดลงเป็น €-42.9 พันล้านยูโรในเดือนมีนาคม จากเดิม €-32.12 พันล้านยูโร
สะท้อนการขาดดุลที่กว้างขึ้นเมื่อเทียบกับตัวเลขก่อนหน้า
ผลกระทบของการขาดดุลงบประมาณต่อพันธบัตร
ข่าวล่าสุดชี้ว่า “การขาดดุลงบประมาณ” ของฝรั่งเศส (รายจ่ายรัฐมากกว่ารายได้) แย่ลงเป็น €-42.9 พันล้านยูโรในเดือนมีนาคม หมายความว่ารัฐอาจต้อง “กู้เงินเพิ่ม” ผ่านการออกพันธบัตรมากขึ้นในระยะถัดไป ซึ่งมักกดดันให้ “ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล” (bond yield: อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตร) ของฝรั่งเศสปรับขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ความเสี่ยงด้านการคลังนี้ทำให้ “ส่วนต่างผลตอบแทน” ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 10 ปี (10-year OATs: พันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศส; OAT ย่อมาจาก Obligations Assimilables du Trésor) กับพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี (German Bunds: พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีที่ตลาดมองว่าปลอดภัยกว่า) กว้างขึ้น ล่าสุดแตะเกือบ 60 “เบซิสพอยต์” (basis points: หน่วยวัดอัตราดอกเบี้ย 1 เบซิสพอยต์ = 0.01%) โดยส่วนต่างที่กว้างขึ้นสะท้อนว่าตลาดมองความเสี่ยงของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น นักลงทุนบางส่วนใช้ “สัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย” (interest rate futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อิงระดับดอกเบี้ย/ราคาพันธบัตร) เพื่อวางสถานะรับโอกาสที่ส่วนต่างนี้จะขยายต่อ
ข่าวขาดดุลยังถ่วงค่าเงินยูโร โดยยูโรพยายามยืนเหนือระดับ 1.04 เมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ “ออปชันขาย” (put options: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด ใช้ทำกำไรเมื่อราคาลดลงหรือใช้ป้องกันความเสี่ยง) บนคู่เงิน EUR/USD เป็นทางเลือกหากกังวลด้านการคลังของฝรั่งเศสกดดันเงินยูโรให้อ่อนค่า
ด้านหุ้น ดัชนี CAC 40 อ่อนแรง เพราะต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอาจกดกำไรบริษัท ความไม่แน่นอนทำให้ “ออปชันของดัชนี” (index options: ออปชันที่อิงค่าดัชนีหุ้น ใช้ป้องกันความเสี่ยงพอร์ต) น่าสนใจขึ้น โดยออปชันขายช่วยลดความเสี่ยงหากตลาดปรับลงจากปัจจัยในประเทศ
ตลาดเครดิตสะท้อนความกังวลผ่าน “สัญญาประกันความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้” ของฝรั่งเศสอายุ 5 ปี (CDS: credit default swap เป็นสัญญาประกันความเสี่ยงกรณีผู้ออกหนี้ไม่จ่ายหนี้) ซึ่งขยับขึ้นราว 35 เบซิสพอยต์ ต้นทุนประกันหนี้ที่สูงขึ้นบ่งชี้ว่านักลงทุนระวังความเสี่ยงเครดิตเพิ่มขึ้น และกลายเป็นจุดที่บางรายใช้เก็งมุมมองเรื่องความเสี่ยงดังกล่าว