ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY: ตัวชี้วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินสกุลหลัก) ทรงตัวแข็งแกร่งใกล้ 98.40 จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven: สินทรัพย์ที่มักถูกซื้อเมื่อเสี่ยงสูง เช่น ดอลลาร์ เยน ทองคำ) ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง รายงานระบุว่าอิหร่านถูกกล่าวหาว่าโจมตีเรือทหารสหรัฐ แต่สหรัฐปฏิเสธ ขณะที่บรรยากาศรับความเสี่ยงของตลาด (risk appetite: ความกล้าเปิดรับสินทรัพย์เสี่ยง) ยังจำกัด
EUR/USD อ่อนลงใกล้ 1.1700 ถูกกดดันจากดอลลาร์แข็งค่าและการซื้อขายแบบระมัดระวัง GBP/USD ลดลงใกล้ 1.3540 เนื่องจากนักลงทุนหลีกเลี่ยงการเปิดสถานะขนาดใหญ่ก่อนข้อมูลสำคัญและเหตุการณ์หลัก
Market Snapshot And Key Levels
USD/JPY ขยับขึ้นสู่ราว 157.10 ได้แรงหนุนจากความต้องการดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินเยนก็มีแรงซื้อแบบสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน AUD/USD ร่วงลงใกล้ 0.7170 ก่อนผลการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA)
ตลาดคาดว่า RBA จะขึ้นดอกเบี้ย 25 bps (basis points: 1 bps = 0.01% ดังนั้น 25 bps = 0.25%) ซึ่งอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (OCR: อัตราดอกเบี้ยนโยบาย/อัตราดอกเบี้ยหลักของธนาคารกลาง) ไปที่ 4.35% ความแข็งแกร่งของดอลลาร์และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk: ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ) จำกัดการฟื้นตัวของเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย
น้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate: น้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐ) ซื้อขายใกล้ 105.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลต่อการสะดุดของอุปทาน ทองคำขยับขึ้นไปทาง 4,524 ดอลลาร์
ข้อมูล/เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ อัปเดตนโยบาย RBA, ดัชนีราคาผู้บริโภคจีน (China CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อผู้บริโภค), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อสหรัฐของ S&P (S&P PMI: แบบสำรวจภาวะธุรกิจ; ค่าสูงกว่า 50 มักหมายถึงขยายตัว), ดัชนี ISM ภาคบริการสหรัฐ (ISM Services PMI: แบบสำรวจภาคบริการสหรัฐ), จำนวนตำแหน่งงานว่างสหรัฐ JOLTS เดือนมี.ค. (JOLTS job openings: จำนวนงานว่างที่นายจ้างประกาศ), ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐเดือนก.พ.และมี.ค., และข้อมูลการจ้างงานนิวซีแลนด์ จากนั้นติดตาม PMI ทั่วโลก และการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ (US NFP: จำนวนงานเพิ่มขึ้น/ลดลง ยกเว้นภาคเกษตร) วันที่ 8 พ.ค.
One Year Comparison And What Changed
ช่วงเดียวกันของปีก่อน (พ.ค. 2025) ตลาดถูกครอบงำด้วยความกังวลภูมิรัฐศาสตร์ เหตุโจมตีที่ถูกกล่าวหาในตะวันออกกลางหนุน DXY ขึ้นสู่ 98.40 ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นแรงขับหลัก ทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยง (de-risk: ลดการถือสินทรัพย์เสี่ยง/ลดขนาดสถานะ) ในวงกว้าง ตลาดให้น้ำหนักกับความเสี่ยงจากพาดหัวข่าว (headline risk: ข่าวด่วนที่ทำให้ราคาแกว่งแรงได้)
วันนี้ภาพเปลี่ยนไป ความแข็งแกร่งของดอลลาร์มาจากนโยบายการเงินมากกว่าความกลัวสงครามระยะสั้น โดย DXY ซื้อขายสูงกว่ามากใกล้ 105.50 ระดับที่ไม่เห็นมาตั้งแต่ปลายปี 2022 จากสัญญาณของเฟดว่าจะคงดอกเบี้ย “สูงนาน” (higher for longer: คงดอกเบี้ยระดับสูงเป็นเวลานาน) เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ยังเหนียว (persistent inflation: เงินเฟ้อที่ลดลงช้า) ดังนั้นกลยุทธ์ออปชัน (options strategies: การใช้สัญญาออปชันเพื่อเก็งกำไร/ป้องกันความเสี่ยง) ควรอิงข้อมูลเงินเฟ้อและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด (Fed speakers: ผู้กำหนดนโยบายที่ส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย) มากกว่าพาดหัวข่าวการเมืองระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียว
ย้อนดูพ.ค. 2025 EUR/USD อ่อนแถว 1.1700 และปัจจุบันต่ำลงมากแถว 1.0730 ความอ่อนแรงเพิ่มขึ้นจากท่าทีขึ้นดอกเบี้ยที่ระมัดระวังของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เมื่อเทียบกับเฟด ผู้ลงทุนตราสารอนุพันธ์ (derivative traders: ผู้ซื้อขายสัญญาอ้างอิงราคา เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ควรคำนึงว่าผลต่างอัตราดอกเบี้ย (interest rate differential: ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ) ระหว่างสหรัฐกับยูโรโซนซึ่งอยู่เกิน 1.5% มีแนวโน้มกดดันคู่เงินต่อไป
ราคาน้ำมันเคยเป็นประเด็นใหญ่เมื่อปีก่อน โดย WTI แตะ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความเสี่ยงอุปทานสะดุด ขณะนี้ WTI เคลื่อนไหวในกรอบที่นิ่งขึ้นแถว 82 ดอลลาร์ เนื่องจากความกังวลอุปทานเฉียบพลัน (acute supply fears: ความกลัวขาดแคลนทันที) ลดลง ข้อมูลล่าสุดจาก EIA (Energy Information Administration: หน่วยงานข้อมูลพลังงานสหรัฐ) ที่รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาด (surprise build: สต็อกเพิ่มมากกว่าที่ตลาดประเมิน) ช่วยผ่อนคลายความกังวลด้านอุปทาน ทำให้ “คอลออปชัน” (call options: สิทธิซื้อสินทรัพย์ในราคาและเวลาที่กำหนด) บนน้ำมันดูไม่น่าสนใจเท่าเดิม
ทองคำปีก่อนมีแรงซื้อเพื่อหลบความเสี่ยงอย่างมาก ดันราคาเข้าใกล้ระดับสูงสุดใหม่ วันนี้แม้ทองยังแข็งแกร่งใกล้ 2,315 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่แรงหนุนมาจากบทบาทเป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ (inflation hedge: สินทรัพย์ที่มักรักษามูลค่าเมื่อเงินเฟ้อสูง) และการซื้อของธนาคารกลาง (central bank purchasing: การเพิ่มทุนสำรองทองคำ) มากกว่าความกลัวสงครามโดยตรง การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้ลงทุนอาจใช้ตราสารอนุพันธ์ทองคำเพื่อกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ “ออกมามากหรือน้อยกว่าคาด” (inflation surprises: เงินเฟ้อเบี่ยงเบนจากที่ตลาดคาด) มากกว่าการกันความเสี่ยงวิกฤตแบบล้วนๆ
เมื่อปีก่อนตลาดจับตา RBA ว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 25 bps แต่ตอนนี้ตลาดเฝ้าดูความแตกต่างของทิศทางเศรษฐกิจประเทศใหญ่ (diverge: ไปคนละทาง) โดยรายงาน NFP สหรัฐในวันศุกร์เป็นไฮไลต์ คาดว่าจะเพิ่มราว 180,000 ตำแหน่ง หากออกมาผิดจากคาดมากอาจทำให้ความผันผวน (volatility: การแกว่งของราคา) สูงขึ้น ส่งผลให้การถือ “สแตรดเดิล” (straddles: กลยุทธ์ออปชันซื้อทั้งคอลและพุทเพื่อหวังได้ประโยชน์เมื่อราคาผันผวนมาก) บนดัชนีหลักอาจน่าสนใจสำหรับช่วงประกาศข้อมูล