ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะประชุมพรุ่งนี้ในการประชุมนโยบายครั้งที่ 3 ของปีนี้ โดยคาดการณ์ส่วนใหญ่ชี้ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ผลสำรวจ Bloomberg จากนักเศรษฐศาสตร์ 28 คน พบว่า 27 คนคาดว่าจะขึ้น 25 จุดพื้นฐาน (basis point: 0.01% หรือ 1 ในร้อยของเปอร์เซ็นต์) ขณะที่ 1 คนคาดว่าจะคงดอกเบี้ย
ตลาดฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่สะท้อนการคาดการณ์ของตลาด) บ่งชี้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยราว 75% อย่างไรก็ดี ยังมีความเป็นไปได้ที่จะ “พัก” การขึ้นดอกเบี้ย เพราะก่อนหน้านี้ขึ้นดอกเบี้ยมาแล้ว ข้อมูลเดือนมีนาคมเริ่มอ่อนลง และคณะกรรมการมีความเห็นไม่เป็นเอกฉันท์
คาดการณ์เงินเฟ้อและแนวโน้มนโยบาย
เงินเฟ้อเดือนมีนาคมอยู่ที่ 4.6% สูงกว่าเป้าหมาย RBA ที่ 2–3% และแม้ตัดผลของพลังงานออก เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย แบบสำรวจของ Melbourne Institute ชี้ว่า “คาดการณ์เงินเฟ้อ” (inflation expectations: การคาดว่าราคาในอนาคตจะเพิ่มขึ้นเท่าไร) ปรับขึ้นเป็น 5.9% สูงกว่าต้นปีมากกว่า 1 จุดเปอร์เซ็นต์
ข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมีนาคมยังไม่เห็น “ผลกระทบรอบสอง” (second-round effects: เมื่อคนคาดว่าเงินเฟ้อจะสูง จึงเรียกร้องขึ้นค่าแรง/ผู้ผลิตขึ้นราคา ทำให้เงินเฟ้อยิ่งฝังตัว) อย่างชัดเจน แต่คาดการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้นอาจเพิ่มความเสี่ยงในช่วงถัดไป
สุนทรพจน์ล่าสุดสะท้อนว่า โดยเฉลี่ยสมาชิก RBA ใช้น้ำเสียง “เข้มงวด” มากขึ้น (hawkish: ให้ความสำคัญกับการสกัดเงินเฟ้อ แม้ต้องขึ้นดอกเบี้ย) ในช่วงหลังการขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุด ทั้งนี้ผลของการขึ้นดอกเบี้ยก่อนหน้าอาจต้องใช้เวลากว่าจะส่งผ่านสู่เศรษฐกิจจริง (real economy: เศรษฐกิจภาคครัวเรือน ธุรกิจ การจ้างงาน ไม่ใช่แค่ราคาสินทรัพย์)
ตลาดมีความเชื่อมั่นสูงว่า RBA จะขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 โดยฟิวเจอร์สสะท้อนโอกาสราว 75% สำหรับการขึ้น 25 จุดพื้นฐาน มุมมองนี้ตั้งอยู่บนเงินเฟ้อที่ยังสูงและถ้อยแถลงเชิงเข้มงวดจากธนาคารกลาง
ย้อนดูกรณีธนาคารกลางแคนาดาที่ “พัก” แบบเหนือความคาดหมายต้นปี 2025 จะเห็นปฏิกิริยาตลาดได้ชัด ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาร่วงมากกว่า 1.5% ในวันเดียว ขณะที่ตลาดก่อนหน้าคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย เหตุการณ์นี้ชี้ว่าความเชื่อมั่นสามารถเปลี่ยนเร็ว หากธนาคารกลางเดินไม่ตามที่ตลาดคาด
นัยต่อการเทรดอัตราดอกเบี้ยและค่าเงิน
ข้อมูลล่าสุดหนุนมุมมองเข้มงวด โดย “ดัชนี CPI รายเดือน” (monthly CPI indicator: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อรายเดือน) เดือนเมษายน 2026 ขยับขึ้นเป็น 4.7% สะท้อนว่าเงินเฟ้อยังไม่สงบ อีกทั้งอัตราว่างงานยังต่ำที่ 3.9% ทำให้ RBA มองว่าเศรษฐกิจยังรับมือการคุมเข้มนโยบายได้ (tightening: การทำให้นโยบายการเงินตึงตัว เช่น ขึ้นดอกเบี้ย) ซึ่งคล้ายรูปแบบในประเทศพัฒนาแล้วช่วงปี 2023 ที่ต้องสู้กับเงินเฟ้อสูงต่อเนื่อง
แม้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยสูง แต่ยังต้องเผื่อความเสี่ยง “พัก” แบบเซอร์ไพรส์ เพราะผลของการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งก่อนหน้าอาจยังไม่ส่งผลเต็มที่ต่อเศรษฐกิจจริง หาก RBA เปลี่ยนมาใช้น้ำเสียง “ผ่อนคลาย” (dovish: ให้ความสำคัญกับการพยุงเศรษฐกิจ/ระวังผลกระทบจากดอกเบี้ยสูง) อาจทำให้ตลาดจำนวนมากตั้งรับไม่ทัน โดยคณะกรรมการอาจอ้างยอดค้าปลีกที่เริ่มอ่อนแรงเป็นเหตุผลให้รอดูสถานการณ์
ภาพรวมนี้สะท้อนว่า “ความผันผวน” ของดอลลาร์ออสเตรเลีย (volatility: การแกว่งตัวของราคา) อาจถูกประเมินต่ำก่อนประกาศผล นักลงทุนอาจพิจารณาซื้อออปชัน AUD/USD อายุสั้น เช่น “สแตรดเดิล” (straddle: ซื้อทั้งออปชันซื้อและออปชันขายที่ราคาใกล้กัน เพื่อหวังกำไรจากการแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) เพื่อรับประโยชน์หากราคาเคลื่อนไหวแรงกว่าคาด อย่างไรก็ดีความเสี่ยงเอนไปทางลบ เพราะหาก “พัก” จริง ค่าเงินออสซี่มักร่วงแรงกว่าการปรับขึ้นในกรณีขึ้นดอกเบี้ยตามคาด
สำหรับผู้เทรดฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ย ราคาปัจจุบันสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยไว้มากแล้ว กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์หาก “ไม่ขึ้นดอกเบี้ย” เช่น ซื้อฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลียอายุ 3 ปี อาจให้สัดส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่น่าสนใจ หาก RBA พักจริง ฟิวเจอร์สดังกล่าวมีโอกาสปรับขึ้นแรง เพราะ “อัตราผลตอบแทนพันธบัตร” (yields: ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตร) จะลดลง