เงิน (XAG/USD) ปรับตัวลงหลังเปิดตลาดด้วย “ช่องว่างราคา” (gap up: ราคาเปิดกระโดดสูงกว่าราคาปิดก่อนหน้า) แต่ยังอยู่ในแดนบวก และซื้อขายใกล้ 75.40 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ (troy ounce: หน่วยชั่งน้ำหนักโลหะมีค่า) ในช่วงตลาดเอเชียวันจันทร์ กำไรรายวันชะลอลงหลังความต้องการ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe-haven: สินทรัพย์ที่มักถูกซื้อเมื่อความเสี่ยงสูง) อ่อนตัวลง ระหว่างที่นักลงทุนประเมินความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพสหรัฐ–อิหร่าน
บลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐจะเริ่มนำทางเรือที่เป็นกลางซึ่งติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียให้ออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่วันจันทร์ แผนดังกล่าวมีเป้าหมายช่วยเรือพาณิชย์ของประเทศที่ไม่เข้าข้างฝ่ายใดให้ออกจากพื้นที่และกลับสู่การเดินเรือตามปกติ
ความพยายามทางการทูตยังดำเนินต่อเนื่อง ขณะที่ความขัดแย้งในอิหร่านเข้าสู่เดือนที่สาม อิหร่านระบุว่ากำลังทบทวนคำตอบของวอชิงตันต่อข้อเสนอ 14 ข้อล่าสุด ขณะที่บลูมเบิร์กรายงานว่า ทรัมป์กล่าวว่าข้อเสนอของเตหะรานอาจยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า อิหร่านเสนอเส้นตายการเจรจา 1 เดือน โดยเป้าหมายของการเจรจาคือเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งและยุติ “การปิดล้อมทางเรือ” ของสหรัฐ (naval blockade: การใช้กองทัพเรือสกัดกั้นการเดินเรือ) รวมถึงยุติความขัดแย้งในอิหร่านและเลบานอน
เงินยังถูกกดดันเพราะความขัดแย้งตะวันออกกลางดันราคาพลังงานขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดกังวลว่าธนาคารกลางอาจคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น หรือใช้นโยบายการเงินตึงตัวมากขึ้น
ปัจจัยกดดันหลักของเงินจึงเริ่มย้ายจากภูมิรัฐศาสตร์ไปสู่นโยบายการเงิน ซึ่งเกิดเด่นชัดหลังเงินเฟ้อพุ่งในวิกฤตราคาพลังงานปี 2025 เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คงดอกเบี้ยที่ 4.75% “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ของการถือเงินที่ไม่ให้ดอกผล (non-yielding: ไม่ให้ดอกเบี้ย/เงินปันผล) ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี ข้อมูลล่าสุดที่ชี้ว่าเงินเฟ้อเย็นลงสู่ 2.8% ทำให้ตลาดประเมินโอกาสมากกว่า 60% ที่จะลดดอกเบี้ยก่อนเข้าสู่ไตรมาส 4
ประเด็นนี้ทำให้ตลาด “ออปชัน” (options: สัญญาซื้อขายสิทธิในการซื้อ/ขายสินทรัพย์ที่ราคาในอนาคต) น่าสนใจ เพราะ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดสะท้อนในราคาออปชัน) ดูต่ำเมื่อเทียบกับโอกาสที่นโยบายจะเปลี่ยนแบบเหนือคาด ผู้เขียนมองว่านักลงทุนควรพิจารณาซื้อออปชัน “คอล” อายุยาว (long-dated call: สิทธิซื้อในอนาคตที่มีอายุสัญญานาน) เพื่อวางเดิมพันต่อการผ่อนคลายนโยบายของเฟด (dovish pivot: เปลี่ยนท่าทีไปทางลดดอกเบี้ย/ผ่อนคลาย) ช่วงปลายปี ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรแบบทวีคูณ (leveraged: ได้ผลตอบแทนขยายใหญ่ขึ้น) หากคาดการณ์ดอกเบี้ยขยับเป็นบวกต่อราคาเงิน
ผู้เขียนยังติดตามราคาน้ำมันดิบ WTI (น้ำมันอ้างอิงสหรัฐ) ซึ่งทรงตัวแถว 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเคยพุ่งเกิน 110 ดอลลาร์ช่วงการปิดล้อมปี 2025 หากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกรบกวนอีกครั้ง ราคาน้ำมันมีแนวโน้มพุ่ง กระตุ้นความกังวลเงินเฟ้อ และทำให้ปัจจัยที่กระทบราคาเงินซับซ้อนขึ้น จึงทำให้กลยุทธ์ “คู่เทรด” (pairs trade: เปิดสถานะสองสินทรัพย์เพื่อชดเชยความเสี่ยงกัน) เช่น ซื้อสัญญาฟิวเจอร์สเงิน (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) พร้อมซื้อออปชัน “พุท” (puts: สิทธิขายในอนาคต) บนกองทุน ETF น้ำมัน (ETF: กองทุนดัชนีซื้อขายในตลาด) เป็นแนวทางป้องกันความเสี่ยงเมื่อภาวะตลาดกลับสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอย่างฉับพลัน (risk-off: นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย)