ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ร่วงลงมาแถว 98.10 ในวันพฤหัสบดี หลังตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 1 ต่ำกว่าคาด และญี่ปุ่นดำเนินการแทรกแซงค่าเงิน (การเข้าซื้อ/ขายเงินตราต่างประเทศโดยทางการเพื่อพยุงหรือกดค่าเงิน) เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี
GDP สหรัฐเพิ่มขึ้นในอัตรา “รายปี” 2% ในไตรมาส 1 เทียบกับคาด 2.3% ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial jobless claims: จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์นั้น) ลดลงเหลือ 189,000 ราย สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 25 เม.ย. ต่ำกว่าคาด 215,000 ราย ต่ำสุดในรอบเกือบ 60 ปี
Yen Intervention Shakes Markets
USD/JPY ร่วงลงเข้าใกล้ 156.50 หลังสื่อ Nikkei ของญี่ปุ่นรายงานว่ามีการดำเนินการอย่างเป็นทางการเพื่อ “ซื้อเยน-ขายดอลลาร์” หลังค่าเงินทะลุเหนือ 160 โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงส่งสัญญาณเตือนถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินการ
EUR/USD ขยับขึ้นสู่ราว 1.1730 หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (Deposit rate: ดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ฝากเงินไว้กับ ECB) ที่ 2% ข้อมูลจากยูโรโซนครอบคลุม CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค), GDP และ HICP (ดัชนีราคาผู้บริโภคมาตรฐานยุโรป) โดยรวมออกมาค่อนข้างแข็งแกร่ง
GBP/USD ขึ้นไปใกล้ 1.3610 หลังธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) คงดอกเบี้ยที่ 3.75% ด้วยมติ 8 ต่อ 1 ขณะที่ AUD/USD ขยับเข้าใกล้ 0.7200 ได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจจีนและดอลลาร์ที่อ่อนลง
ทองคำขยับขึ้นเข้าใกล้ 4,620 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วน WTI (น้ำมันดิบสหรัฐอ้างอิง) อ่อนลงมาราว 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเคยแตะ 107 โดยข้อมูลที่ต้องติดตามวันศุกร์ ได้แก่ ออสเตรเลีย PPI ไตรมาส 1 (ดัชนีราคาผู้ผลิต), สวิตเซอร์แลนด์ยอดค้าปลีกเดือนมี.ค., แคนาดา PMI ภาคการผลิตเดือนเม.ย. (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ: ค่ามากกว่า 50 หมายถึงกิจกรรมขยายตัว) และสหรัฐ ISM PMI ภาคการผลิต (ดัชนีจากสถาบัน ISM)