ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในการประชุมวันพฤหัสบดี โดยโทนการประชุมสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ซับซ้อนมากขึ้น
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นคาดว่าจะทำให้อัตราเงินเฟ้อ (inflation: การที่ราคาสินค้าและบริการโดยรวมปรับสูงขึ้น) อยู่เหนือเป้าหมายในระยะใกล้ ECB ระบุว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อขณะนี้ “เอนเอียงไปทางขาขึ้น” คือมีโอกาสที่เงินเฟ้อจะออกมาสูงกว่าคาดมากกว่า
แนวโน้มการเติบโตอ่อนแรง
แนวโน้มการเติบโตเริ่มอ่อนแรงลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจลดลง และแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทาน (supply chains: เครือข่ายการผลิต-ขนส่ง-จัดหาวัตถุดิบ) เพิ่มขึ้น ต้นทุนพลังงานที่สูงยังบั่นทอนรายได้ครัวเรือน และทำให้ภาคเอกชนชะลอการลงทุน ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอลง
คริสติน ลาการ์ด กล่าวว่าก่อนเข้าสู่ช่วงนี้ เศรษฐกิจเริ่มจากฐานที่ค่อนข้างแข็งแรง โดยอุปสงค์ในประเทศ (domestic demand: การใช้จ่ายและการลงทุนภายในประเทศ) ยังพอช่วยพยุงได้ เธอเสริมว่าแนวโน้มมีความไม่แน่นอนสูง และความเสี่ยงต่อการเติบโต “เอนเอียงไปทางขาลง” คือมีโอกาสที่เศรษฐกิจจะแย่กว่าคาดมากกว่า
สำหรับเงินเฟ้อพื้นฐาน (underlying/core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดผลของราคาที่ผันผวนมาก เช่น พลังงานและอาหาร เพื่อดูแรงกดดันราคาแท้จริง) แรงกดดันค่าจ้างดูเหมือนค่อยๆ ผ่อนคลายลง ขณะที่ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะยาว (longer-term inflation expectations: การคาดการณ์เงินเฟ้อในอนาคตของตลาดและประชาชน) ยัง “ยึดอยู่” ใกล้เป้าหมาย 2% หมายถึงยังไม่หลุดกรอบจนควบคุมยาก
ภาพรวมนี้ทำให้ ECB ใช้แนวทาง “รอดูข้อมูล” โดยยังไม่ผูกมัดกับเส้นทางดอกเบี้ยที่ตายตัว ผู้กำหนดนโยบายกำลังติดตามว่าเงินเฟ้อและการเติบโตจะเปลี่ยนไปอย่างไรในไม่กี่เดือนข้างหน้า