อัตราเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐ (PCE) อยู่ที่ 3.5% เทียบกับปีก่อน (YoY: เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) ในเดือนมีนาคม ตรงตามคาดการณ์
ตัวเลขนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงรายปีของราคาที่ผู้บริโภคสหรัฐจ่าย และเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ใช้ติดตามเงินเฟ้อ (การเพิ่มขึ้นของระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวม)
ปฏิกิริยาตลาด และปัจจัยขับเคลื่อนถัดไป
เมื่อรายงานเงินเฟ้อ PCE เดือนมีนาคมออกมาตรงคาดที่ 3.5% ความไม่แน่นอนสำคัญของตลาดจึงลดลงชั่วคราว ไม่น่าคาดหวังการแกว่งตัวรุนแรงจากข่าวนี้ทันที ตลาดจะหันไปโฟกัสปัจจัยขับเคลื่อนถัดไป คือรายงานการจ้างงานที่กำลังจะประกาศ
การ “ไม่เซอร์ไพรส์” นี้ทำให้ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดผ่านราคาออปชัน) มีแนวโน้มลดลงระยะสั้น สำหรับนักเทรด กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการแกว่งตัวในกรอบและการเสื่อมค่าตามเวลา (time decay: มูลค่าออปชันลดลงเมื่อเวลาใกล้หมดอายุ) หรือที่เรียกว่า “ขายพรีเมียม” (selling premium: ขายออปชันเพื่อรับค่าพรีเมียม) จะดูน่าสนใจขึ้น ภาพนี้สอดคล้องกับ VIX (ดัชนีวัดความกลัวของตลาดจากความผันผวนคาดการณ์) ที่ลดลงต่ำกว่า 14 ในสัปดาห์นี้ หลังตลาดคาดตัวเลขเงินเฟ้อไว้แล้ว
อย่างไรก็ดี ตัวเลข 3.5% ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มาก จึงยังไม่ควรคาดหวังการพูดถึงการลดอัตราดอกเบี้ย เรื่องนี้ย้ำมุมมอง “ดอกเบี้ยสูงนาน” ที่ตลาดพูดถึงต่อเนื่องมาหลายเดือน อนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง) ที่สะท้อนคาดการณ์ดอกเบี้ย เช่น ฟิวเจอร์ส SOFR (SOFR: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของสหรัฐสำหรับการกู้ยืมระยะสั้นแบบมีหลักประกัน) และฟิวเจอร์ส Fed Funds (สัญญาล่วงหน้าที่สะท้อนคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบาย) น่าจะยังสะท้อนท่าที “คงดอกเบี้ย” ของ Fed ต่อไปตลอดช่วงฤดูร้อน
ข้อมูลล่าสุดจากเครื่องมือ CME FedWatch (เครื่องมือที่คำนวณความน่าจะเป็นของการปรับดอกเบี้ยจากราคาฟิวเจอร์ส) ชี้ว่า ตลาดให้น้ำหนักโอกาสลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคมต่ำกว่า 20% ลดลงมากจากราว 60% เมื่อต้นปี ข้อมูลนี้สนับสนุนการระมัดระวังต่อทิศทางดอกเบี้ย
การวางกลยุทธ์ในภาวะตลาดแกว่งในกรอบ
ดังนั้น ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า แนวทางที่เหมาะสมคือเตรียมรับมือ “ตลาดเคลื่อนไหวในกรอบ” (range-bound: ขึ้นลงในช่วงแคบ) ระหว่างรอข้อมูลเศรษฐกิจชุดใหญ่ถัดไป รายงานการจ้างงานที่ออกมาแข็งแกร่งหรืออ่อนแอเกินคาดอาจเป็นตัวเร่งให้ตลาดหลุดจากความนิ่งในปัจจุบัน ระหว่างนี้ ควรเตรียมรับมือความผันผวนที่ลดลง และใช้กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากสภาพดังกล่าว