การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP: มูลค่ารวมของสินค้าและบริการที่ผลิตได้ในประเทศ) ของเม็กซิโกเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY: เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) อยู่ที่ 0.1% ในไตรมาส 1 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 0.8%
ผลดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจขยายตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ ตัวเลขนี้เป็นการเปรียบเทียบผลจริงกับระดับที่ตลาดคาดไว้สำหรับไตรมาส 1
ช็อกการเติบโตของเม็กซิโก และผลต่อเงินเปโซ
การเติบโตไตรมาส 1 ที่ 0.1% ถือว่าน่าผิดหวังมาก ต่ำกว่าคาด 0.8% อย่างชัดเจน ข้อมูลนี้ทำให้มุมมองเชิงบวกต่อเงินเปโซเม็กซิโกอ่อนลง เพราะก่อนหน้านี้เงินเปโซได้แรงหนุนจาก “ดอกเบี้ยสูง” และภาพเศรษฐกิจที่ดูทรงตัว เราคาดว่า “แคร์รีเทรด” (carry trade: กลยุทธ์กู้เงินสกุลที่ดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในสกุลที่ดอกเบี้ยสูงเพื่อกินส่วนต่างดอกเบี้ย) อาจเริ่มถูกลดสถานะ ส่งผลให้คู่เงิน USD/MXN (ดอลลาร์สหรัฐ/เปโซเม็กซิโก) มีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง
ตัวเลขการเติบโตที่อ่อนแอทำให้ธนาคารกลางเม็กซิโก (Banxico) ลำบากมากขึ้น โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 9.75% เดิมตลาดประเมินว่าอาจเริ่มลดดอกเบี้ยในไตรมาส 3 แต่ขณะนี้มีโอกาสมากขึ้นที่จะลดดอกเบี้ยเร็วสุดตั้งแต่การประชุมเดือนมิถุนายน เรามองว่านักลงทุนควรเตรียมรับท่าที “ผ่อนคลาย” (dovish: มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย/สนับสนุนนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย) โดยพิจารณา “สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย” (interest rate swaps: สัญญาอนุพันธ์ที่คู่สัญญาแลกเปลี่ยนการจ่ายดอกเบี้ยแบบคงที่กับแบบลอยตัว เพื่อบริหารความเสี่ยงหรือเก็งกำไร) ที่ได้ประโยชน์เมื่อดอกเบี้ยลดลง
มุมมองต่อหุ้นเม็กซิโกก็แย่ลง เพราะเศรษฐกิจชะลอส่งผลให้กำไรบริษัทมีแนวโน้มลดลง อีกทั้งยังถูกกดดันจากรายงานล่าสุดที่ชี้ว่าภาคการผลิตสหรัฐชะลอตัว ซึ่งเป็นผู้ซื้อหลักของสินค้าส่งออกอุตสาหกรรมจากเม็กซิโก เรามองว่าการซื้อ “พุตออปชัน” (put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายสินทรัพย์ที่ราคาในอนาคต ใช้ป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรขาลง) บนกองทุน iShares MSCI Mexico ETF (EWW) เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาในการรับมือความเสี่ยงตลาดปรับฐาน
ความผันผวนในตลาดเปโซ และกลยุทธ์การเทรด
การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าคาดมาก มักทำให้ตลาดผันผวนเพิ่มในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ของออปชันเงินเปโซกระโดดจากราว 12% เป็นมากกว่า 15% หลังตัวเลขออกมา ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เห็นมานานตั้งแต่ช่วงความไม่แน่นอนต้นปี 2025 สภาพแวดล้อมแบบนี้เอื้อต่อกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์เมื่อความผันผวนเพิ่ม เช่น การซื้อ “สตรัดเดิล” (straddle: ซื้อทั้งคอลออปชันและพุตออปชันที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังได้กำไรเมื่อราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) เพราะคาดว่าราคาจะเหวี่ยงกว้างขึ้น