USD/JPY ซื้อขายใกล้ 159.50 ในวันพฤหัสบดี ลดลง 0.59% ระหว่างวัน หลังแตะ 160.73 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 ก่อนที่คู่เงินจะอ่อนลง
การปรับลงเกิดขึ้นหลังทางการญี่ปุ่นส่งสัญญาณเตือนแรงขึ้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะ “เข้าแทรกแซงค่าเงิน” (การที่ภาครัฐเข้าไปซื้อ/ขายเงินตราต่างประเทศในตลาด เพื่อชะลอหรือเปลี่ยนทิศทางค่าเงิน) รมว.คลังญี่ปุ่น ซัตสึกิ คาตายามะ ระบุว่าญี่ปุ่นเข้าใกล้การตัดสินใจใช้มาตรการที่เด็ดขาดมากขึ้น ซึ่งหนุนให้เงินเยนแข็งค่า
ความเสี่ยงการแทรกแซงกลับมา
ก่อนหน้านี้ USD ปรับแข็งในวงกว้าง หลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ ถ้อยแถลงออกไปในโทน “ตึงตัว” มากขึ้น (Hawkish: หมายถึงมีแนวโน้มคุมเงินเฟ้อด้วยการไม่รีบลดดอกเบี้ย) และมีความเห็นต่างภายใน ทำให้ตลาดลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury yields: ผลตอบแทนจากการถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งมักสะท้อนระดับดอกเบี้ยในตลาด) ปรับขึ้น
การขึ้นเหนือ 160.00 ทำให้ตลาดจับตาความเสี่ยงการแทรกแซงมากขึ้น เพราะระดับดังกล่าวถูกมองว่าเป็น “แนวป้องกัน” ที่เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นอาจไม่อยากให้ทะลุ คำเตือนรอบใหม่จึงกดให้ราคาถอยลงอย่างรวดเร็วจากจุดสูงสุดของวัน
เราเห็นภาพแบบนี้มาแล้วในช่วงปลายปี 2024 เมื่อเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นส่งสัญญาณชัดเจนว่าบริเวณ 160 เป็นระดับสำคัญ เหตุการณ์นั้นย้ำว่า “คำเตือนด้วยวาจา” สามารถทำให้ตลาดแกว่งแรงและรวดเร็วได้ นอกจากนี้ ญี่ปุ่นเคยใช้งบแทรกแซงสูงเป็นประวัติการณ์ราว 9.8 ล้านล้านเยนในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2024 เพื่อพยุงเงินเยน สะท้อนว่าพร้อมลงมือจริง
กลยุทธ์ออปชันรับมือความผันผวน
สำหรับผู้เทรด “อนุพันธ์” (Derivative: สัญญาทางการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน) ประเด็นหลักคือ “ความผันผวน” (Volatility: ระดับการแกว่งของราคา) ไม่ใช่แค่ทิศทาง “ความผันผวนโดยนัย” (Implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน หรือความคาดหวังของตลาดต่อการแกว่งในอนาคต) ของออปชัน USD/JPY มักพุ่งเมื่อทดสอบระดับสูงมาก ๆ เปิดโอกาสในการ “ขายพรีเมียม” (Sell premium: ขายออปชันเพื่อรับค่าเบี้ยประกัน/ค่าพรีเมียม) เช่น ขายคอลออปชันแบบนอกเงิน (Out-of-the-money call: คอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน) หรือทำคอลสเปรด (Call spread: ซื้อ-ขายคอลต่างราคาใช้สิทธิ เพื่อจำกัดความเสี่ยงและผลตอบแทน) เหนือแนวต้านสำคัญ เพื่อเก็งว่าความกลัวการแทรกแซงจะจำกัดฝั่งขึ้น
อีกด้านหนึ่ง ความเสี่ยงการร่วงฉับพลันทำให้การถือพุทออปชันนอกเงินที่ต้นทุนต่ำ (Out-of-the-money put: พุทที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่าราคาตลาด) เป็นการป้องกันความเสี่ยง (Hedge: ลดผลกระทบจากการขยับของราคาในทิศทางที่ไม่ต้องการ) สำหรับคนที่ถือสถานะซื้อในคู่เงินนี้ เพราะอย่างที่เคยเห็นในปี 2024 และ 2025 การแทรกแซงอาจทำให้ราคาลดลงหลายเยนภายในไม่กี่ชั่วโมง ทำให้พุทมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากในเวลาสั้น ๆ โครงสร้างอย่าง “ริสก์รีเวอร์ซัล” (Risk reversal: กลยุทธ์ซื้อพุทและขายคอล เพื่อคงโอกาสกำไรตามแนวโน้ม แต่กำหนดความเสี่ยงขาลง) ช่วยให้ยังได้ประโยชน์จากแนวโน้มขาขึ้น แต่จำกัดความเสียหายหากเกิดการปรับลงแรง
สร้างบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้.