ความเชื่อมั่นภาคบริการของยูโรโซนอยู่ที่ 0.9 ในเดือนเมษายน ขณะที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.8
ผลที่ออกมาต่ำกว่าคาด 2.9 จุด โดยรายงานนี้เป็นการเปรียบเทียบข้อมูลเดือนเมษายนกับตัวเลขคาดการณ์
การพลาดคาดอย่างมีนัยสำคัญของความเชื่อมั่นภาคบริการยูโรโซน สะท้อนว่าแนวโน้มฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอาจเริ่มมีรอยร้าว ภาคบริการเป็นฐานหลักของเศรษฐกิจยุโรป ดังนั้นความอ่อนแอนี้บ่งชี้ว่ากิจกรรมของผู้บริโภคและภาคธุรกิจอาจชะลอตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ จึงควรเตรียมรับสภาพตลาดที่เน้นการป้องกันความเสี่ยงมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ข้อมูลที่อ่อนแอนี้มีแนวโน้มทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB: ธนาคารกลางของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร) ระมัดระวังมากขึ้น หรือมีท่าทีผ่อนคลายนโยบายการเงิน (dovish: ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าการคุมเงินเฟ้อ) หลังจากช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2025 ที่เงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด ตลาดเคยตีราคาไว้ว่า ECB อาจเข้มงวดขึ้น (aggressive: ขึ้นดอกเบี้ยเร็วหรือแรงกว่าปกติ) แต่ข้อมูลล่าสุดจากยูโรสแตต (Eurostat: สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป) เมื่อต้นเดือนนี้ชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก) ชะลอลงมาอยู่ที่ 2.7% ทำให้การพลาดคาดของ “ความเชื่อมั่น” ครั้งนี้หนุนมุมมองว่า ECB อาจชะลอการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ดังนั้น เรามองว่านี่เป็นสัญญาณลบต่อเงินยูโร อัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD (ค่าเงินยูโรเทียบดอลลาร์สหรัฐ) ที่เคลื่อนไหวแถว 1.08 มีความเสี่ยงอ่อนลงไปใกล้ระดับ 1.06 อาจพิจารณาใช้พุทออปชัน (put options: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคากำหนด ใช้ทำกำไรเมื่อราคาลงหรือป้องกันความเสี่ยงขาลง) บนเงินยูโร หรือเปิดสถานะขายในสัญญาฟิวเจอร์ส EUR (shorting EUR futures: การขายสัญญาล่วงหน้าเพื่อหวังซื้อคืนที่ราคาต่ำลง) เพื่อรับมือโอกาสการปรับลง
สำหรับหุ้นยุโรป รายงานนี้เป็นสัญญาณเตือนชัดเจน โดยเฉพาะดัชนี STOXX 600 (ดัชนีหุ้นขนาดใหญ่และกลางของยุโรป) ที่ปรับขึ้นมากกว่า 8% ในไตรมาสแรกของปีนี้ หุ้นที่พึ่งพาการใช้จ่ายผู้บริโภค เช่น ท่องเที่ยว พักผ่อน และค้าปลีก มีความเสี่ยงสูงจากการชะลอของภาคบริการ การซื้อพุทออปชันบนดัชนี (เป็นการทำประกันพอร์ตเมื่อดัชนีลง) ช่วยลดผลกระทบหากตลาดปรับฐาน (market correction: การปรับลงเพื่อระบายความร้อนแรงของราคา)
ข่าวเศรษฐกิจที่ออกมา “ผิดคาด” ยังอาจทำให้ความผันผวนในตลาดเพิ่มขึ้น VSTOXX (ดัชนีวัดความผันผวนของหุ้นยูโรโซน) ก่อนหน้านี้อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำที่ 16 เราคาดว่าตัวเลขนี้จะสูงขึ้น จึงอาจเป็นช่วงที่น่าสนใจในการซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคากำหนด ใช้ทำกำไรเมื่อราคาขึ้น) บน VSTOXX เพื่อรับประโยชน์จากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น