ดัชนีฟิวเจอร์สดาวโจนส์ (Dow Jones futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงดัชนีดาวโจนส์ ใช้คาดการณ์ทิศทางตลาดก่อนเปิดทำการ) ปรับขึ้น 0.12% มาใกล้ระดับ 49,350 ระหว่างการซื้อขายในยุโรปวันพุธ ขณะที่ฟิวเจอร์ส S&P 500 และ Nasdaq 100 เพิ่มขึ้น 0.09% และ 0.33% สู่ราว 7,180 และ 27,260
ฟิวเจอร์สสหรัฐขยับขึ้นเล็กน้อยก่อนการประกาศผลประกอบการของ Alphabet, Amazon, Meta Platforms และ Microsoft ในช่วงตลาดอเมริกาเหนือ โดยตลาดยังจับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve/Fed: ธนาคารกลางสหรัฐ ผู้กำหนดนโยบายดอกเบี้ย) ที่จะประกาศในวันพุธ
Us Futures Edge Higher Ahead Of Key Catalysts
วันอังคาร วอลล์สตรีทปิดลบ โดยดาวโจนส์ลดลง 0.05%, S&P 500 ลดลง 0.49% และ Nasdaq 100 ลดลง 0.9% หลังมีข่าวเกี่ยวกับ OPEC และรายงานว่า OpenAI ชะลอตัว
รอยเตอร์สรายงานว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เตรียมออกจาก OPEC ในวันที่ 1 พฤษภาคม โดยเชื่อมโยงกับความเห็นต่างระหว่างประเทศในอ่าวอาหรับช่วงวิกฤตพลังงานที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งอิหร่าน
วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า รายได้และการเติบโตของผู้ใช้ใหม่ของ OpenAI ต่ำกว่าเป้าหมายภายใน ขณะที่ CNBC อ้างคำเตือนจาก CFO ซาราห์ ฟรายเออร์ เกี่ยวกับภาระผูกพันสัญญาประมวลผลในอนาคต (computing contract obligations: ภาระตามสัญญาที่ต้องจ่ายค่าบริการคอมพิวติ้ง/ศูนย์ข้อมูลในอนาคต เช่น คลาวด์) นอกจากนี้ วอลล์สตรีทเจอร์นัลยังรายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้ผู้ช่วยเตรียมพร้อมสำหรับการปิดล้อมอิหร่านระยะยาว (extended blockade: มาตรการจำกัดการขนส่ง/การค้าทางทะเลหรือทางบกเป็นเวลานาน)
คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย โดยคงกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยเฟดฟันด์ (federal funds target range: ช่วงเป้าหมายดอกเบี้ยระหว่างธนาคารในสหรัฐ ซึ่งเป็นดอกเบี้ยนโยบายหลัก) ที่ 3.50%–3.75% เป็นการประชุมครั้งที่ 3 ติดต่อกัน
Volatility Remains Subdued As Markets Eye The Fed
ความผันผวนของตลาดอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี โดยราคาของออปชัน (options: สิทธิซื้อหรือขายสินทรัพย์ในราคาและเวลาที่กำหนด) สะท้อนว่าตลาดค่อนข้าง “ชะล่าใจ” ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX: ตัวชี้วัดความผันผวนที่คาดการณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐจากราคาออปชัน) อยู่ราว 14 ต่างจากช่วงที่พุ่งแรงในเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เมื่อปีก่อน ทำให้ต้นทุนการซื้อประกันความเสี่ยง (protection: การป้องกันพอร์ตจากการปรับลง เช่น ซื้อออปชันขาย) หรือเก็งความผันผวนรอบข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญต่ำลง
ความกังวลต้นปี 2025 เรื่องการเติบโตของ OpenAI เคยเป็นประเด็น แต่ตอนนี้ตลาดหันไปโฟกัสบิ๊กเทคที่ทำรายได้จากปัญญาประดิษฐ์ (monetized artificial intelligence: เปลี่ยน AI เป็นรายได้จริง เช่น ขายชิป บริการคลาวด์ หรือซอฟต์แวร์) มากกว่า เช่น Nvidia รายงานรายได้จากดาต้าเซ็นเตอร์ (data center revenues: รายได้จากการขายชิป/ระบบให้ศูนย์ข้อมูลที่ใช้ประมวลผล) เกิน 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว สะท้อนว่าแนวคิดลงทุน AI ยังไปต่อ กลยุทธ์ “Bull call spread” (การซื้อคอลออปชันและขายคอลอีกตัวที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดกำไรสูงสุด) ในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และคลาวด์อาจช่วยรับโอกาสขาขึ้นโดยควบคุมค่าใช้จ่าย
การออกจาก OPEC ของ UAE เมื่อพฤษภาคม 2025 เคยทำให้ราคาผันผวนมาก แต่ตลาดพลังงานต่อมาปรับสมดุลใหม่ น้ำมันดิบ WTI (WTI crude: น้ำมันดิบสหรัฐที่เป็นราคามาตรฐาน) เคลื่อนไหวในกรอบแคบราว 75–85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาหลายเดือน หลังอุปทานนอก OPEC (non-OPEC supply: ปริมาณผลิตจากประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก OPEC เช่น สหรัฐ แคนาดา บราซิล) ปรับตัว กลยุทธ์ “Iron condor” (โปรยี่ออนคอนดอร์: ขายสเปรดออปชันสองฝั่ง ทั้งคอลและพุต เพื่อหวังให้ราคาทรงตัวในกรอบและเก็บพรีเมียม) บน ETF น้ำมันรายใหญ่ อาจเหมาะกับการคาดว่าราคาจะนิ่งต่อ
ย้อนกลับไป เดือนเมษายน 2025 ตลาดเคยโฟกัสดอกเบี้ยเฟดแถว 3.75% แต่เงินเฟ้อปลายปีนั้นกดดันให้เฟดเข้มงวดมากขึ้น ปัจจุบันตลาดอยู่ในช่วงรอดูที่ดอกเบี้ยสูงกว่า โดยฟิวเจอร์สเฟดฟันด์ (Fed funds futures: สัญญาล่วงหน้าที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบาย) ประเมินโอกาส 65% ที่จะลดดอกเบี้ยในไตรมาส 4 ออปชันคอลอายุยาว (long-dated call options: คอลออปชันที่มีอายุหลายเดือน/หลายปี) บน ETF พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury bond ETFs: กองทุน ETF ที่ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ) เป็นวิธี “ทด” (leveraged: ใช้เงินน้อยแต่มีผลตอบแทนเปลี่ยนมาก) เพื่อวางตำแหน่งรับการเปลี่ยนนโยบายที่คาดไว้ (policy pivot: หันจากคุมเข้มไปผ่อนคลาย)
ความเสี่ยงการปิดล้อมอิหร่านระยะยาวที่เคยเป็นข่าวใหญ่เมื่อปีก่อนลดลง แต่ยังไม่หายไป ทำให้ตลาดมี “ส่วนชดเชยความเสี่ยง” ค้างอยู่ (risk premium: ราคาที่สะท้อนความเสี่ยงเพิ่มเติม) และอาจปะทุได้ จึงยังแนะนำถือพอร์ตส่วนน้อยในพุตออปชันแบบ “นอกเงิน” (out-of-the-money put options: พุตที่ราคาใช้สิทธิอยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน จึงราคาถูกกว่า) บน S&P 500 เพื่อเป็นประกันต้นทุนต่ำต่อเหตุการณ์กระแทกแบบไม่คาดคิด