USD/SGD ปรับลดลงตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ล่าสุดอยู่แถว 1.2745 ขณะที่ “โมเมนตัม” (แรงส่งของราคา) และ “RSI” (ดัชนีวัดแรงซื้อขายเพื่อบอกภาวะซื้อมาก/ขายมาก) ยังไม่ชี้ทิศทางชัดเจน สะท้อนการแกว่งตัวสองทางในกรอบระยะสั้น
แนวต้านอยู่ที่ 1.2780–1.2800 โดยรวม “ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วัน” (เส้นค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 100 วัน ใช้ดูแนวโน้ม) และ “Fibonacci retracement 38.2%” (ระดับย่อตามสัดส่วนฟีโบนัชชี ใช้ประเมินแนวรับ/แนวต้าน) ของช่วงเคลื่อนไหวจากจุดต่ำถึงจุดสูงของปี 2026 แนวต้านถัดไปอยู่ที่ 1.2850 ใกล้ “ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน” และระดับ Fibonacci 23.6%
Key Support And Resistance Levels
แนวรับอยู่แถว 1.2720 สอดคล้องกับระดับ Fibonacci 61.8% แนวรับถัดลงไปอยู่ใกล้ 1.2670 อิงระดับ Fibonacci 76.4%
ดอลลาร์สิงคโปร์ถูกมองเป็นสกุลเงินเชิงรับ (defensive) ในภูมิภาค คือมักทรงตัวได้ดีกว่าเงินที่ผันผวนสูงเมื่อความเสี่ยงการเมืองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลเศรษฐกิจในประเทศที่ดีขึ้นเป็นแรงหนุน
การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสิงคโปร์เดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 10.1% เมื่อเทียบรายปี จาก 3.3% ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ถูกปรับเพิ่มขึ้น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่กลุ่มชีวการแพทย์และเคมีภัณฑ์ลดลง
คาดว่า GDP ไตรมาส 1/2026 จะถูกปรับเพิ่มจาก 4.6% เป็น 5.2% เมื่อเทียบรายปี โดยคาดว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะโต 7.9% จากประมาณการเดิม 5.0%
Volatility Selling Strategy
เมื่อ USD/SGD เคลื่อนไหวในกรอบชัดเจน เรามองว่าเป็นโอกาสสำหรับ “ขายความผันผวน” (กลยุทธ์ทำกำไรเมื่อราคายังแกว่งในกรอบและความผันผวนลดลง โดยมักใช้ขายออปชันเพื่อรับค่าเบี้ย) โดยคาดว่าคู่เงินน่าจะถูกจำกัดอยู่ระหว่างแนวรับสำคัญใกล้ 1.2670 และแนวต้าน 1.2850 ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า “Implied volatility” (ความผันผวนที่ตลาดคาดไว้ซึ่งสะท้อนในราคาออปชัน) ของออปชัน USD/SGD อยู่ใกล้ระดับต่ำสุดที่เห็นในช่วงฤดูร้อนปี 2025 ทำให้กลยุทธ์อย่าง “short strangle” (ขายคอลและพุทคนละราคาเพื่อหวังให้ราคาอยู่ในกรอบและเก็บค่าเบี้ย) หรือ “iron condor” (ขายออปชันเป็นกรอบและซื้อออปชันป้องกันความเสี่ยงด้านนอกเพื่อจำกัดขาดทุน) เหมาะกับสภาพแวดล้อมนี้
ดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่ากว้าง ๆ ทำให้โอกาสขึ้นของคู่เงินถูกจำกัด “Fed funds futures” (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่สะท้อนการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ) กำลังสะท้อนโอกาส 75% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นมากจากเพียงหนึ่งเดือนก่อน การขาดแรงส่งขาขึ้นทำให้โอกาสที่ราคาจะผ่านเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วันและ 200 วันที่ 1.2780 และ 1.2850 ลดลง
ด้านดอลลาร์สิงคโปร์ที่แข็งค่าช่วยเป็นฐานรองรับที่ชัดเจน การเพิ่มขึ้น 10.1% ของการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมีนาคมหนุนมุมมองว่า GDP ไตรมาส 1 จะถูกปรับขึ้นไปใกล้ 5.2% ขณะที่ “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาอาหารและพลังงานที่ผันผวนออก) เดือนมีนาคมทรงตัวที่ 3.1% ตลาดคาดว่า “ธนาคารกลางสิงคโปร์” (MAS: Monetary Authority of Singapore ผู้กำหนดนโยบายการเงิน) จะคงจุดยืนเข้มงวด หนุนค่าเงินต่อไป
ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค SGD ยังใช้เป็น “เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง” (hedge) เชิงรับได้ โดยในอดีตมักรักษามูลค่าได้ดีกว่าสกุลเงินที่ผันผวนสูง (higher-beta: ไวต่อภาวะเสี่ยงมากกว่า) เช่นบาทไทยหรือรูเปียห์อินโดนีเซีย ในช่วงที่ตลาดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ดังนั้นอาจพิจารณาถือ long SGD (ซื้อ SGD) เทียบกับ short (ขาย) สกุลเงินภูมิภาคที่ผันผวนมากกว่า