ราคาเงิน (XAG/USD) ร่วงกว่า 2.5% ในวันอังคาร จากแรงกดดันของมุมมองว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ส่งผลให้ราคาซื้อขายใกล้ 73.25 ดอลลาร์ ต่ำสุดนับตั้งแต่ 13 เมษายน
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความเสี่ยงอุปทานในตะวันออกกลาง เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและดัน “อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury yields)” สูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นทำให้ความต้องการสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย เช่น เงิน ลดลง
ราคาเงินถูกกดดันจากดอกเบี้ยและภูมิรัฐศาสตร์
การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านคืบหน้าน้อย หนุนค่าเงินดอลลาร์และเพิ่มแรงกดดันต่อ XAG/USD โดยราคาเงินลดลงกว่า 20% นับตั้งแต่สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านเริ่มต้น หลังจากฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในเดือนมีนาคม
ตลาดจับตาการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในวันพุธ โดยคาดกันอย่างกว้างขวางว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทรงตัว เงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด และราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยิ่งเพิ่มแรงกดดัน
บนกราฟรายวัน XAG/USD อยู่ต่ำกว่า “ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (Simple Moving Average: SMA)” 50 วันและ 100 วัน ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ยของราคาในช่วงเวลาดังกล่าว และเส้นทั้งสองอยู่ใกล้กันพร้อมเข้าใกล้สัญญาณ “ตัดลง (bearish crossover)” หรือจังหวะที่เส้นระยะสั้นตัดต่ำกว่าเส้นระยะยาว ซึ่งมักสะท้อนแรงขายในระยะสั้น
ดัชนี RSI อยู่ใกล้ 42 (ตัวชี้วัดโมเมนตัมที่ใช้ดูแรงซื้อ-แรงขาย) และ MACD ขยับต่ำกว่าเส้นศูนย์เล็กน้อย (ตัวชี้วัดแนวโน้ม/โมเมนตัมจากเส้นค่าเฉลี่ย) ขณะที่ ADX ราว 12 (ตัวชี้วัดความแข็งแรงของแนวโน้ม) บ่งชี้แนวโน้มอ่อนและแกว่งในกรอบ
การวางตำแหน่งในตลาดออปชันและระดับเทคนิคสำคัญ
แนวต้านอยู่ที่ 78.50–79.50 ดอลลาร์ และอีกระดับใกล้ 90 ดอลลาร์ แนวรับอยู่แถว 70 ดอลลาร์ จากนั้นเป็น SMA 200 วัน ใกล้ 62.40 ดอลลาร์
สำหรับนักลงทุนที่เทรด “ตราสารอนุพันธ์ (derivatives)” เช่น ฟิวเจอร์สและออปชัน ภาวะแบบนี้อาจเหมาะกับการพิจารณา “ป้องกันความเสี่ยงขาลง (downside protection)” หรือมุมมองขาลง เช่น การซื้อ “พุทออปชัน (put options)” บนฟิวเจอร์สเงินหรือ XAG/USD ซึ่งเป็นสัญญาที่ให้สิทธิขายในราคาที่กำหนด ช่วยได้ประโยชน์หากราคาร่วง และจำกัดความเสี่ยงสูงสุดไว้ที่ค่าเบี้ยประกัน (premium) โดยเฉพาะช่วงที่ราคาเงินกำลังทดสอบแนวรับสำคัญ ซึ่งหากหลุดอาจเกิดการปรับลงเร็ว
อีกแนวทางคือการขาย “สเปรดคอลแบบนอกเงิน (out-of-the-money call spreads)” เพื่อรับรายได้จาก “การเสื่อมค่าตามเวลา (time decay)” หรือมูลค่าออปชันที่ลดลงเมื่อเวลาใกล้วันหมดอายุ วิธีนี้ได้ประโยชน์หากราคาเงินไม่ผ่านแนวต้าน แกว่งตัว หรือปรับลงเล็กน้อย
ระดับที่ใช้ติดตามเพื่อวางกลยุทธ์ออปชัน คือแนวต้านบริเวณ 28.50 ดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน ส่วนด้านล่าง ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันใกล้ 25.20 ดอลลาร์ เป็นแนวรับเชิงโครงสร้างสำคัญ และอาจเป็นเป้าหมายของกลยุทธ์ขาลง