NZD/USD ซื้อขายใกล้ 0.5890 ในวันอังคาร ลดลง 0.35% หลังไม่สามารถยืนเหนือ 0.5900 ได้ คู่เงินอ่อนค่าลงจากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ตามแรงซื้อ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe-haven assets: สินทรัพย์ที่นักลงทุนมักถือเมื่อกังวลความเสี่ยง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ)
ดอลลาร์สหรัฐได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ จากการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่านที่ชะงัก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีแนวโน้มไม่รับข้อเสนอของอิหร่านเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ) ขณะที่ความคืบหน้าด้านนิวเคลียร์ยังไม่ชัด ทำให้ “ความต้องการรับความเสี่ยง” (Risk appetite: ความพร้อมของตลาดในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง) ถูกกดไว้
Usd Strength Drivers
ค่าเงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากคาดการณ์ว่า “อัตราดอกเบี้ยสหรัฐจะอยู่สูงนาน” ตลาดคาดว่า “เฟด” (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) จะ “คงดอกเบี้ย” ในสัปดาห์นี้ โดยรักษากรอบดอกเบี้ยที่ 3.50%–3.75%
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐบางส่วนยังแข็งแกร่ง เช่น ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของ Conference Board (Consumer Confidence Index: ตัวชี้วัดมุมมองผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจ) ที่เพิ่มขึ้นสู่ 92.8 ในเดือนเมษายน ซึ่งช่วยหนุน “อัตราผลตอบแทนพันธบัตร” (US yields: ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ) และหนุนดอลลาร์ต่อไป
ตลาดยังระมัดระวังก่อนผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC: คณะกรรมการที่ตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ) ในวันพุธ นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงแนวทางนโยบาย ขณะเดียวกันยังประเมินโอกาส “ลดดอกเบี้ย” ช่วงปลายปี
ด้านนิวซีแลนด์ ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ได้แรงหนุนบางส่วนจากคาดการณ์ว่านโยบายการเงินจะ “เข้มงวดขึ้น” ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ: Reserve Bank of New Zealand) ตั้งเป้านำเงินเฟ้อกลับสู่ระดับ 2% (จุดกึ่งกลางเป้าหมาย) และตลาดประเมินความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยเร็วสุดในเดือนพฤษภาคม หลังข้อมูลเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด
Policy Divergence Outlook
ช่องว่างนโยบายนี้ช่วยจำกัดการอ่อนค่าต่อของ NZD/USD