This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

สามสัปดาห์ต่อมา กูเกิลยังคงมุมมองเชิงบวกหลังทะลุกรอบแนวโน้ม แต่รูปแบบ Elliott Wave ชี้ความเสี่ยงการย่อตัวเพิ่มขึ้น

by VT Markets
/
Apr 28, 2026

เมื่อราว 3 สัปดาห์ก่อน บทความได้มอง “ขาขึ้น” (bullish: คาดว่าราคามีโอกาสปรับขึ้น) ของหุ้น Google โดยใช้แนวทาง Elliott Wave (ทฤษฎีคลื่นเอลเลียต: วิธีวิเคราะห์กราฟที่มองว่าราคาเคลื่อนไหวเป็นชุด “คลื่น” ตามพฤติกรรมจิตวิทยาตลาด) โดยระบุว่าราคามีการลงเป็น 3 คลื่นจากจุดสูงสุดเดือนกุมภาพันธ์ จากนั้นราคาทะลุขึ้นเหนือ “ช่องขาลง” (downward channel: กรอบเส้นแนวโน้มขนานที่ลาดลง) หลังเด้งจาก “โซนรับ” แบบ yellow-box (พื้นที่แนวรับที่ไฮไลต์ไว้เพื่อบอกโซนที่คาดว่าจะมีแรงซื้อ)

ต่อมารายงานระบุว่าราคาปรับขึ้นแรง และขณะนี้ทำจุดสูงสุดใหม่ พร้อมเสริมว่านักเทรดบางส่วนอาจทยอยทำกำไร หรือเลื่อน “จุดตัดขาดทุน” (stop: คำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อราคาไปผิดทาง) ให้สูงขึ้น เพราะไม่แน่ใจว่ารอบขึ้นจะไปได้ไกลแค่ไหน

บนกราฟอัปเดต ระบุว่ายังมีโอกาส “ย่อตรวจสอบแนวต้านเดิม” (retest: ราคาย้อนกลับไปทดสอบเส้นเดิมอีกครั้ง) ที่เส้นบนของ “กรอบช่องแนวโน้มฝั่งขาขึ้นแบบเร่ง” (impulsive channel: ช่องราคาในช่วงที่ราคาวิ่งแรงตามแนวโน้ม) แถว 380 หากโครงสร้างคลื่น Elliott Wave ยังเป็นไปตามคาด นอกจากนี้ยังมองว่าอาจมีการย่อระยะสั้นลงมาบริเวณ 330 ซึ่งเป็นแนวรับแรก โดยเฉพาะก่อนประกาศงบ

บทความอ้างอิงวิดีโอสัมมนาสด (live webinar: การบรรยายออนไลน์แบบถ่ายทอดสด) ที่บันทึกไว้ ซึ่งสตรีมเมื่อวันที่ 27 เมษายน เพื่อรายละเอียดเพิ่มเติม

ปัจจุบันหุ้นปรับขึ้นมากกว่า 18% ตั้งแต่ต้นปี และซื้อขายใกล้ 415 ทำให้สถานการณ์คล้ายช่วงก่อนประกาศงบอีกครั้ง โดย “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ตัวเลขที่สะท้อนว่าตลาดคาดว่าราคาจะเหวี่ยงแรงแค่ไหน ซึ่งคำนวณจากราคาของออปชัน) อยู่สูงที่ 55% อยู่ในระดับเปอร์เซ็นไทล์ที่ 78 ของ 12 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ “ค่าเบี้ยออปชัน” (options premium: ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อสัญญาออปชัน) แพงขึ้น ต้นทุนที่สูงนี้ชี้ว่าอาจเกิด “การยุบตัวของความผันผวน” (volatility crush: หลังประกาศข่าวใหญ่ ความผันผวนที่คาดไว้ลดลง ทำให้ราคาออปชันร่วง) ซึ่งอาจกระทบผู้ที่ซื้อ “พุต” หรือ “คอล” ตรง ๆ (put/call: สัญญาออปชันที่ให้สิทธิขาย/ซื้อ)

สำหรับผู้ที่ยังมองขาขึ้นและคาดหวังข่าวดีอีกครั้ง กลยุทธ์ “ขายสเปรดเครดิตพุตนอกเงิน” (out-of-the-money put credit spread: ขายพุตที่ราคาใช้สิทธิอยู่ต่ำกว่าราคาหุ้นปัจจุบัน พร้อมซื้อพุตอีกตัวที่ต่ำกว่าเพื่อจำกัดความเสี่ยง ได้รับเงินสุทธิเป็น “เครดิต”) สำหรับอายุสัญญาเดือนพฤษภาคม อาจเหมาะสม เพราะได้ประโยชน์จากค่าเบี้ยที่สูง และมี “กันชน” หากหุ้นย่อลงเล็กน้อย กลยุทธ์แบบ “จำกัดความเสี่ยงชัดเจน” (defined-risk: รู้ขาดทุนสูงสุดตั้งแต่ต้น) มักรอบคอบกว่าการซื้อคอลที่ราคาแพงก่อนเหตุการณ์ข่าวใหญ่

หลังการขึ้นแรง การระมัดระวังยังจำเป็น และการใช้ “จุดตัดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคา” (trailing stop: จุดตัดขาดทุนที่ขยับตามราคาขึ้นเพื่อรักษากำไร) กับสถานะซื้อเป็นแนวทางป้องกันที่เหมาะสม ข้อมูลออปชันล่าสุดยังพบว่า “สถานะคงค้าง” (open interest: จำนวนสัญญาออปชันที่ยังไม่ปิด) ของพุตที่จะหมดอายุเดือนหน้าเพิ่มขึ้นเด่นชัด สะท้อนว่ามีนักเทรดบางส่วนซื้อ “ประกันความเสี่ยง” มากขึ้น ดังนั้นกลยุทธ์แบบเป็นกลางอย่าง “ไอรอนคอนดอร์” (iron condor: ขายสเปรดคอลและสเปรดพุตพร้อมกันเพื่อรับค่าเบี้ย โดยหวังให้ราคาหุ้นแกว่งอยู่ในกรอบ) อาจได้ผล เพราะออกแบบมาเพื่อทำกำไรจากความผันผวนที่คาดว่าจะลดลง ตราบใดที่ราคาหุ้นหลังประกาศงบยังอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code