This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

นักวิเคราะห์โซซิเอเต้ เจเนอราลระบุว่า ราคาน้ำมันเบรนท์เหนือ 110 ดอลลาร์ หนุนดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ขณะการเจรจาอิหร่านมุ่งฟื้นสถานะเดิม

by VT Markets
/
Apr 28, 2026

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และซื้อขายแถว 111 ดอลลาร์ การเจรจาเรื่องอิหร่านถูกอธิบายว่า มีเป้าหมายเพื่อ “กลับสู่สถานะเดิม” และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยไม่มีข้อจำกัดหรือการเก็บค่าผ่านทาง

การกลับขึ้นมายืนเหนือ 108 ดอลลาร์ของเบรนท์ ตามมาด้วยการขยับขึ้นเหนือ 110 ดอลลาร์ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นถูกเชื่อมโยงกับดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับสูงขึ้น (Bond yields คือผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตร เมื่อยีลด์สูงขึ้นมักสะท้อนว่าราคาพันธบัตรลดลง)

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

บันทึกอีกฉบับระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีแนวโน้มไม่รับข้อเสนอของอิหร่านในการยุติความขัดแย้ง หลังประชุมกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแห่งชาติ รายงานยังอ้างถึงการซื้อขายก่อนหน้า ซึ่งดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินกลุ่ม G10 (G10 คือกลุ่มสกุลเงินหลักของประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว 10 แห่งที่ซื้อขายกันมากในตลาดเงิน) แม้เบรนท์จะกลับขึ้นเหนือ 108 ดอลลาร์

บทความระบุว่า หากราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อ อาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไรใน “สินทรัพย์เสี่ยง” (Risk assets เช่น หุ้นและสินทรัพย์ที่ผันผวนสูง) หากราคาทำจุดสูงสุดใหม่และกดดันแรงส่งของหุ้น นอกจากนี้ยังตั้งสมมติฐานว่า ราคาน้ำมันจะลดลงสู่ 70–80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายในช่วงท้ายของกรอบคาดการณ์

บทความระบุว่า ผลิตด้วยเครื่องมือเอไอ และมีบรรณาธิการตรวจทาน

เราเห็นรูปแบบเดิมอีกครั้ง เมื่อเบรนท์ขยับเข้าใกล้ 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ชวนให้นึกถึงช่วงที่พุ่งเหนือ 110 ดอลลาร์ในปี 2025 การปรับขึ้นครั้งนี้ยังหนุนดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือนที่ 105.5 บนดัชนี DXY (DXY คือดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) สำหรับนักลงทุน สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าควรระวังการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง เพราะหากน้ำมันขยับขึ้นต่ออาจกระตุ้นแรงขายในตลาดได้

แนวคิดการป้องกันความเสี่ยงและการวางสถานะ

การขยับขึ้นของน้ำมันดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรขึ้นโดยตรง โดยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่แถว 4.5% เพิ่มขึ้นราว 30 เบสพอยต์ในเดือนนี้ (1 เบสพอยต์ = 0.01%) เช่นเดียวกับปี 2025 ราคาพลังงานสูงต่อเนื่องทำหน้าที่เหมือน “ภาษี” ต่อเศรษฐกิจ เพราะเพิ่มต้นทุนและกดกำลังซื้อ และอาจทำให้แรงส่งของหุ้นชะลอ ดัชนี S&P 500 (ดัชนีหุ้นสหรัฐ 500 บริษัทใหญ่) เริ่มมีสัญญาณอ่อนแรง โดยปรับลงราว 2% จากจุดสูงสุดล่าสุด

ภายใต้ภาวะดังกล่าว กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือเพิ่มเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงให้พอร์ตหุ้น เช่น ซื้อออปชันคอลบน VIX (VIX คือดัชนีวัดความผันผวนคาดการณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐ มักถูกเรียกว่า “ดัชนีความกลัว”) หรือซื้อออปชันพุทที่ราคาใช้สิทธิไกลกว่าราคาตลาด (Out-of-the-money puts คือพุทที่ยังไม่อยู่ในสถานะได้กำไร หากราคาตลาดยังไม่ต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ) บนดัชนีหลักอย่าง SPY (SPY คือกองทุน ETF ที่อ้างอิงดัชนี S&P 500) เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากแรงขายทำกำไร กลยุทธ์นี้อิงแนวคิดว่า หากน้ำมันใกล้ทำจุดสูงสุดใหม่ ความผันผวนในตลาดหุ้นมีโอกาสเพิ่มขึ้น

ควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งมักขยับขึ้นเมื่อความไม่แน่นอนจากน้ำมันเพิ่มขึ้น เช่น ถือสถานะซื้อออปชันคอลบนดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ผูกกับสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity-linked currencies คือสกุลเงินที่มักเคลื่อนไหวตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์) อย่างดอลลาร์ออสเตรเลียหรือดอลลาร์แคนาดา เพื่อใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์นี้ โดยในช่วงตึงเครียดอิหร่านปี 2025 ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจน

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code