ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.75% ทั้งที่มีกรรมการ 3 คนโหวตให้ขึ้นดอกเบี้ย สะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันมาก ซึ่งควรติดตามใกล้ชิด ความไม่ลงรายละเอียดของผู้ว่าการอุเอดะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเงินเยนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า มีแนวโน้มเห็นความผันผวนสูงขึ้น เพราะตลาดยังประเมินทิศทางการตัดสินใจครั้งถัดไปของ BoJ ได้ยาก
BoJ กำลังถูกบีบจากแรงกดดันสองด้าน คือปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ แต่ปรับลดมุมมองเศรษฐกิจ (การเติบโต) เงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นล่าสุดอยู่ที่ 2.6% สูงกว่าเป้าหมาย 2% ชัดเจน ทำให้แรงกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ยมีมาก อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: ราคามาตรฐานอ้างอิงน้ำมันดิบของตลาดโลก) ทรงตัวแถว 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ความเสี่ยงที่ต้นทุนพลังงานสูงจะกระทบเศรษฐกิจยังมีอยู่
Yen Volatility Strategies
สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์ เช่น ค่าเงิน อัตราดอกเบี้ย) ภาวะแบบนี้ทำให้ “ซื้อความผันผวน” ของเงินเยนเป็นแนวทางที่น่าสนใจ เช่น ใช้กลยุทธ์ออปชัน USD/JPY แบบสตรัดเดิลหรือสแตรงเกิล (straddle/strangle: ซื้อออปชันทั้งฝั่งขึ้นและลง เพื่อทำกำไรเมื่อราคาแกว่งแรงไม่ว่าทิศทางไหน) เพราะความลังเลของ BoJ อาจทำให้ค่าเงินขยับแรงได้ทั้งสองทาง ขึ้นกับว่าแรงกดดันจากเงินเฟ้อหรือความกังวลการเติบโตจะมีน้ำหนักมากกว่า
ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ระดับความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน ซึ่งบอกว่าตลาดคาดว่าราคาจะเหวี่ยงมากแค่ไหน) ของออปชันเงินเยนน่าจะยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนความไม่แน่นอนพื้นฐาน
มองไปที่การประชุมเดือนมิถุนายน ตลาดกำลัง “ตั้งราคา” (pricing in: การที่ราคาตลาดสะท้อนความคาดหวังล่วงหน้า) การขึ้นดอกเบี้ยราว 17 เบซิสพอยต์ (basis point: 1 เบซิสพอยต์ = 0.01%) แปลว่าตลาดยังคาดว่าจะมีการขยับ แต่ยังไม่มั่นใจ ภาพนี้คล้ายช่วงในอดีต เช่น การยุตินโยบายดอกเบี้ยใกล้ศูนย์ในปี 2006 ที่แนวทางของ BoJ คาดเดายากเช่นกัน ผู้ลงทุนควรติดตามตัวเลขเงินเฟ้อและจีดีพี (GDP: มูลค่าผลผลิตรวมในประเทศ ใช้วัดขนาดและการเติบโตของเศรษฐกิจ) ที่จะประกาศจากนี้ถึงตอนนั้น เพราะเป็นสัญญาณสำคัญต่อการตัดสินใจครั้งต่อไป
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางคมนาคมทางทะเลสำคัญในการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง) กลายเป็นตัวแปรภายนอกหลักต่อการดำเนินนโยบายการเงินของญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 90% จากตะวันออกกลาง หากการส่งมอบสะดุดอาจกระทบเศรษฐกิจรุนแรง และทำให้ BoJ จำเป็นต้องคงดอกเบี้ยต่อไป ดังนั้นสถานะการลงทุนอนุพันธ์ที่เกี่ยวกับเงินเยนควรติดตามควบคู่กับการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันและข่าวสารในภูมิภาค