Verizon Communications รายงานรายได้ไตรมาสสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026 อยู่ที่ 34.44 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY: เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน) กำไรต่อหุ้น (EPS: กำไรสุทธิต่อหุ้น) อยู่ที่ 1.28 ดอลลาร์ เทียบกับ 1.19 ดอลลาร์เมื่อปีก่อน
รายได้ต่ำกว่าประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์จาก Zacks (Zacks Consensus Estimate: ค่าเฉลี่ยประมาณการของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดย Zacks) ที่ 35.03 พันล้านดอลลาร์ อยู่ 1.7% ส่วน EPS สูงกว่าประมาณการเฉลี่ยที่ 1.22 ดอลลาร์ 5.2%
รายได้จากการดำเนินงานกลุ่มผู้บริโภค (Consumer operating revenues: รายได้จากธุรกิจลูกค้าทั่วไป) อยู่ที่ 26.45 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับค่าเฉลี่ยประมาณการของนักวิเคราะห์ 5 รายที่ 26.75 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.3% YoY ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานกลุ่มลูกค้าองค์กร (Business operating revenues: รายได้จากธุรกิจลูกค้าองค์กร) อยู่ที่ 7.42 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับประมาณการ 7.33 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.8%
รายได้อุปกรณ์ไร้สายกลุ่มผู้บริโภค (Consumer wireless equipment revenue: รายได้จากการขายมือถือ/อุปกรณ์สื่อสารให้ลูกค้าทั่วไป) อยู่ที่ 4.82 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับประมาณการ 4.79 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.4% YoY รายได้ “อื่นๆ” ของกลุ่มผู้บริโภค (Consumer “other” revenue: รายได้อื่นที่ไม่ใช่บริการหลัก/ไม่ใช่อุปกรณ์) อยู่ที่ 2.45 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับประมาณการ 1.04 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 140.1%
รายได้จากบริการและอื่นๆ รวม (Service revenues and other: รายได้จากค่าบริการเครือข่าย เช่น รายเดือน รวมรายได้หมวดอื่น) อยู่ที่ 28.76 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับประมาณการ 29.26 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.4% YoY ส่วนรายได้จากอุปกรณ์ไร้สาย (Wireless equipment revenues: รายได้จากการขายอุปกรณ์สื่อสาร) อยู่ที่ 5.68 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับประมาณการ 5.93 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5.2%
กำไรจากการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจองค์กร (Business operating income: กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีจากธุรกิจลูกค้าองค์กร) อยู่ที่ 884 ล้านดอลลาร์ เทียบกับประมาณการ 753.86 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานกลุ่มผู้บริโภค (Consumer operating income: กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีจากธุรกิจลูกค้าทั่วไป) อยู่ที่ 7.71 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับประมาณการ 7.65 พันล้านดอลลาร์
จากผลประกอบการรายไตรมาสล่าสุดของ Verizon ณ วันที่ 28 เม.ย. 2026 ภาพรวมออกมา “ผสม” โดยรายได้ต่ำกว่าคาด 1.7% แต่ EPS สูงกว่าคาด 5.2% สะท้อนว่าบริษัททำกำไรได้ดีกว่าที่ตลาดคาด หรือควบคุมต้นทุนได้ดี แม้ยอดขายรวมโตไม่มาก
เมื่อดูรายละเอียด การพลาดเป้ารายได้รวมดูเหมือนมาจากความอ่อนแรงในธุรกิจหลักฝั่งผู้บริโภคที่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมิน โดยเฉพาะหมวดรายได้จากบริการที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งอาจทำให้ตลาดตั้งคำถามเรื่องการเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ (subscriber growth: การเพิ่มลูกค้าที่สมัครใช้งาน) หรือรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU: รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้หนึ่งราย) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อความแข็งแรงของธุรกิจในระยะยาว
ภาพนี้สอดคล้องกับข้อมูลอุตสาหกรรมล่าสุดที่ระบุว่า T-Mobile มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์แบบรายเดือนเพิ่ม (postpaid phone subscribers: ลูกค้ารายเดือนที่จ่ายค่าบริการหลังใช้) มากกว่าที่คาด 50,000 รายในไตรมาส 1/2026 ทำให้การแข่งขันแย่งส่วนแบ่งตลาดรุนแรงขึ้น ย้อนดูปี 2025 พบว่า T-Mobile และ AT&T เร่งทำโปรโมชันเครื่อง (device promotions: โปรโมชั่นส่วนลด/ผ่อน/แถมเครื่องเพื่อดึงลูกค้า) มากขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มกดดัน Verizon ในการขยายฐานรายได้ค่าบริการ นี่เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อธุรกิจหลักของบริษัท
อีกด้านหนึ่ง บริษัทบริหาร “กำไร” ได้ดี สะท้อนจากกำไรจากการดำเนินงานทั้งฝั่งผู้บริโภคและลูกค้าองค์กรที่สูงกว่าคาด การพุ่งขึ้น 140.1% YoY ของรายได้ ‘Consumer-Other’ และสูงกว่าคาดมากกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ถือว่า “ผิดปกติ” และน่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ EPS ออกมาดีกว่าคาด แต่ยังต้องติดตามว่าเป็นรายได้ใหม่ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องได้ หรือเป็นเหตุการณ์ครั้งเดียว (one-time event: รายการพิเศษที่เกิดครั้งเดียว) ก่อนที่ตลาดจะประเมินมูลค่าอย่างจริงจัง