EUR/GBP ปรับตัวลงในกรอบ 0.8600–0.8800 หลังเงินปอนด์แข็งแกร่งกว่าเงินยูโร ปัจจัยกดดันมาจากดัชนี PMI ของยูโรโซนอ่อนแอและความเสี่ยง “สตักเฟลชัน” (เศรษฐกิจโตช้าแต่เงินเฟ้อสูง) ที่เพิ่มขึ้น ตรงข้ามกับข้อมูลเศรษฐกิจอังกฤษที่ยังดูดีกว่าและเงินเฟ้อที่ยังเหนียว ทำให้ตลาดคาดว่า “ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE)” อาจต้องคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น
ผลสำรวจ PMI ยูโรโซนเดือนเมษายนสะท้อนภาคบริการอ่อนแรง ขณะที่ภาคการผลิตทรงตัวมากกว่า โดย PMI ภาคบริการลดลง 2.8 จุดมาอยู่ที่ 47.4 ส่วน PMI ภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 0.6 จุดมาอยู่ที่ 52.2
(หมายเหตุ: PMI หรือ “ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ” เป็นตัวชี้วัดแนวโน้มกิจกรรมทางธุรกิจ ค่าเหนือ 50 มักหมายถึงขยายตัว ต่ำกว่า 50 มักหมายถึงหดตัว)
Eurozone Pmi Signals Growth Strain
PMI รวมของยูโรโซน (Composite PMI: รวมภาคผลิตและบริการ) ลดลง 2.1 จุดมาอยู่ที่ 48.6 ต่ำสุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2024 และลดลงรวม 3.3 จุดตั้งแต่กุมภาพันธ์ก่อนเหตุขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยความเชื่อมั่นภาคธุรกิจอ่อนลงเร็วกว่าในช่วง “ช็อกพลังงาน” ต้นปี 2022 (ราคาพลังงานพุ่งแรงกระทบต้นทุนและกิจกรรมเศรษฐกิจ)
เงินปอนด์ยังค่อนข้างแข็งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กดดัน EUR/GBP ฝั่งลงเล็กน้อย แม้คู่เงินยังเคลื่อนไหวในกรอบเดิม ข้อมูลเศรษฐกิจอังกฤษชี้ว่าแรงส่งต้นปีดีกว่า และผลกระทบจากช็อกพลังงานยังจำกัดในระยะนี้
มุมมอง “ดอกเบี้ยนโยบาย” ของอังกฤษถูกปรับไปทางคุมเข้มมากขึ้น จากแรงส่งเศรษฐกิจที่ดีกว่า โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 2 ปี เพิ่มขึ้นราว 30 bps จากจุดต่ำล่าสุด ขณะที่ยูโรโซนเพิ่มราว 20 bps และสหรัฐเพิ่มเพียงเล็กน้อยเหนือ 10 bps
(bps หรือ “เบซิสพอยต์” คือ 0.01% เช่น 30 bps = 0.30%)
Policy Divergence And Trading Implications
ข้อมูลเศรษฐกิจปีนี้ยังหนุนภาพ “นโยบายการเงินสวนทางกัน” (Policy divergence: ธนาคารกลางเดินคนละทิศ เช่น ฝั่งหนึ่งคุมเข้ม อีกฝั่งผ่อนคลาย) โดยรายงานเงินเฟ้ออังกฤษเดือนมีนาคม 2026 ระบุ “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (Core CPI: เงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก เพื่อดูแรงกดดันราคาจริง) อยู่ที่ 3.2% ยังลดลงยาก ทำให้ BoE ต้องคงท่าทีเข้มงวด (Hawkish: เน้นสกัดเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) และชะลอการลดดอกเบี้ย ขณะที่ “ธนาคารกลางยุโรป (ECB)” เผชิญเศรษฐกิจซบ ส่งสัญญาณผ่อนคลายด้วยการลดดอกเบี้ย 25 bps ครั้งแรกของรอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2026
ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า มุมมองยังเอนเอียงไปทาง EUR/GBP มีโอกาสอ่อนตัวต่อ แต่ช้าลง กลยุทธ์หนึ่งคือพิจารณา “ซื้อออปชันพุท” (Put option: สิทธิในการขายสินทรัพย์/คู่เงินที่ราคากำหนด เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาลง) โดยเลือก “ราคาใช้สิทธิ” (Strike: ราคาที่ใช้ซื้อ/ขายตามสิทธิในออปชัน) ต่ำกว่าแนว 0.8400 และกำหนดอายุในไตรมาส 3 กลยุทธ์นี้ได้ประโยชน์หาก “ส่วนต่างดอกเบี้ย” (Interest rate differential: ช่องว่างอัตราดอกเบี้ย/ผลตอบแทนระหว่างสองประเทศ) ขยายกว้างขึ้นในทางที่หนุนเงินปอนด์
ในอดีต ภาวะนโยบายสวนทางที่ชัดเจนสามารถยืดเยื้อได้หลายไตรมาส อย่างช่วงปี 2016–2017 หลังประชามติ Brexit อย่างไรก็ดี ต้องระวังว่าข่าวลบอาจสะท้อนในราคาเงินยูโรไปมากแล้ว โดยดัชนี IFO ภาวะธุรกิจเยอรมนีเดือนเมษายน 2026 ปรับดีขึ้นเกินคาด สะท้อนว่าความกังวลอาจเริ่มผ่านจุดเลวร้ายที่สุด
หากกังวลการเด้งกลับระยะสั้น “แบร์พุทสเปรด” (Bear put spread: กลยุทธ์ทำกำไรจากขาลงแบบจำกัดความเสี่ยง โดยซื้อพุทที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าและขายพุทที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่าพร้อมกัน เพื่อลดต้นทุน) อาจเหมาะกว่าการซื้อพุทล้วน วิธีนี้ช่วยลดเงินที่จ่ายตั้งต้น และยังเปิดทางทำกำไรหากปรับลงแบบค่อยเป็นค่อยไปสู่บริเวณ 0.8350