ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) ของยูโรโซนสำหรับเดือนเมษายนจะประกาศในสัปดาห์นี้ โดยหลายประเทศจะทยอยประกาศตั้งแต่วันพุธ และยูโรโซนจะประกาศตัวเลขเบื้องต้นของ HICP (Harmonised Index of Consumer Prices: ดัชนีเงินเฟ้อมาตรฐานที่ใช้เทียบกันได้ในสหภาพยุโรป) ในวันพฤหัสบดี
คาดว่าตัวเลขเดือนเมษายนจะสะท้อนเงินเฟ้อทั่วไป (headline inflation: เงินเฟ้อรวมทุกหมวด) ที่สูงขึ้น โดยแรงหนุนหลักมาจากราคาพลังงาน ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนอย่างพลังงานและอาหาร เพื่อดูแรงกดดันราคา “แท้จริง”) อาจลดลงชั่วคราว
แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของ ECB
จากภาพรวมดังกล่าว คาดว่า ECB (ธนาคารกลางยุโรป) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมสัปดาห์นี้ โดยการขึ้นดอกเบี้ยยังเร็วเกินไป
ประมาณการของ ECB ในกรณีทั่วไป (ไม่นับกรณีรุนแรงที่สมมติราคาน้ำมันที่ 145 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) ยังไม่ชี้ชัดว่าจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย และความกังวลเรื่องการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าและบริการ (price pass-through: เมื่อราคาพลังงาน/วัตถุดิบแพงขึ้นแล้วธุรกิจปรับขึ้นราคาขาย จนไปกดดันเงินเฟ้อหมวดอื่น) อาจยังทำให้ ECB ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน
เรามองว่า ECB จะ “คงดอกเบี้ยแบบระมัดระวัง” ในสัปดาห์นี้ เพราะเงินเฟ้อเดือนเมษายนมีแนวโน้มถูกขับเคลื่อนโดยราคาพลังงานเป็นหลัก การเร่งขึ้นของเงินเฟ้อทั่วไปแบบชั่วคราว พร้อมกับเงินเฟ้อพื้นฐานที่อ่อนลง ช่วยให้ ECB มีเวลารอดูข้อมูลเพิ่มเติม และเป็นการปูทางไปสู่การประชุมเดือนมิถุนายนที่สำคัญกว่า
ตลาดจับตาความเสี่ยงการปรับคาดการณ์ใหม่ในเดือนมิถุนายน
แม้เงินเฟ้อยูโรโซนยังอยู่ในระดับสูงที่ 2.6% ในเดือนมีนาคม 2026 ภาวะโดยรวมยังตึงตัว ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: ราคาน้ำมันอ้างอิงตลาดโลก) ซื้อขายใกล้ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำให้ความเสี่ยงที่ต้นทุนจะส่งผ่านไปยังราคาพื้นฐานเป็นประเด็นที่ผู้กำหนดนโยบายต้องระวัง จึงอธิบายท่าทีที่ระมัดระวังแต่ยังเฝ้าจับตา
ในมุมเรา ประเด็นหลักช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าคือความเสี่ยงที่ยังไม่จบของการขึ้นดอกเบี้ยเดือนมิถุนายน ตลาดอนุพันธ์ (derivative markets: ตลาด “สัญญาการเงิน” ที่มูลค่าผูกกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดอกเบี้ย ค่าเงิน) ประเมินโอกาสการขยับไว้ราว 40% เท่านั้น หมายความว่ายังมีช่องให้ “ปรับคาดการณ์ราคาใหม่” หากมีข้อมูลเศรษฐกิจหรือเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เข้ามา ช่องว่างนี้สร้างโอกาสในฟิวเจอร์สดอกเบี้ยระยะสั้นและออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในราคาและเวลาที่กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องทำรายการจริงเสมอ)
นอกจากนี้ ความสนใจในออปชันที่หมดอายุหลังการประชุมเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคู่เงิน EUR/USD (อัตราแลกเปลี่ยนยูโรต่อดอลลาร์) การซื้อความผันผวน (buying volatility: วางกลยุทธ์ให้ได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งแรง ไม่ว่าขึ้นหรือลง) ผ่านโครงสร้างอย่าง straddle หรือ strangle (กลยุทธ์ออปชันที่ซื้อสิทธิ “ขึ้นและลง” พร้อมกัน เพื่อรับผลตอบแทนเมื่อราคาเคลื่อนไหวมาก) อาจเป็นวิธีวางตำแหน่งที่เหมาะสม หากมีโอกาสเกิดความประหลาดใจ การขึ้นดอกเบี้ยล่วงหน้าเพื่อกันความเสี่ยง (precautionary hike: ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อป้องกันเงินเฟ้อ/ความคาดหวังเงินเฟ้อ แม้ข้อมูลยังไม่ชี้ชัด) มีแนวโน้มหนุนค่าเงินยูโร ขณะที่การคงดอกเบี้ยต่ออาจทำให้ยูโรอ่อนลง หากข้อมูลเงินเฟ้อออกมาอ่อนตัว
สร้างบัญชี VT Markets แบบไลฟ์ และ เริ่มเทรด ได้ทันที