GBP/USD ซื้อขายใกล้ 1.3565 ในวันจันทร์ เพิ่มขึ้น 0.23% หลังดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า เพราะนักลงทุน “รับความเสี่ยงมากขึ้น” (risk appetite คือความต้องการถือสินทรัพย์เสี่ยงแทนการหลบภัย เช่น เงินดอลลาร์หรือพันธบัตร) โดยเกิดขึ้นหลังมีรายงานว่าอิหร่านเสนอแนวทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) อีกครั้ง และยุติความขัดแย้งกับสหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐปรับลงเพราะผู้เล่นในตลาดลดการถือ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe-haven: สินทรัพย์ที่มักถูกซื้อเมื่อกังวล เช่น ดอลลาร์ เยน ทองคำ) ขณะที่ตลาดยังจับตาผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย) ในวันพุธ โดยคาดว่าจะคงดอกเบี้ยในกรอบ 3.50%–3.75%
แนวโน้มสหราชอาณาจักรก่อนประชุม BoE
ในสหราชอาณาจักร ตลาดระมัดระวังก่อนการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England หรือ BoE: ธนาคารกลางของสหราชอาณาจักร) วันพฤหัสบดี โดยคาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 3.75% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเริ่มผ่อนลง โดย CPI ที่ตัด “หมวดผันผวน” ออก (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดสินค้าที่ราคาแกว่งมาก เช่น พลังงาน/อาหาร เพื่อดูแนวโน้มที่แท้จริง) เพิ่มขึ้น 3.1% เทียบรายปีในเดือนมีนาคม ลดลงจาก 3.2%
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (Monetary Policy Committee หรือ MPC: คณะผู้กำหนดดอกเบี้ยนโยบายของ BoE) ยังเห็นต่างกัน โดยหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ Huw Pill ชี้ว่ายังต้องคุมสภาพการเงินให้เข้มงวดขึ้นเพื่อกดเงินเฟ้อ ส่วนผู้ว่าการ Andrew Bailey มองว่ายังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนนโยบายทันที แม้มีแรงกระทบระยะสั้น
เงินปอนด์ได้แรงหนุนจากการที่ตลาด “ปรับคาดการณ์ดอกเบี้ยใหม่” (repricing: ปรับราคาสินทรัพย์ให้สะท้อนมุมมองใหม่) จากการเติบโตที่ยังทนทานและเงินเฟ้อที่ยังสูง อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงการเมืองในประเทศอาจจำกัดการขึ้นต่อ โดยสัญญาณจากธนาคารกลางและสถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นตัวแปรหลัก
จากบรรยากาศรับความเสี่ยงที่ดีขึ้น GBP/USD จึงแข็งค่าระยะสั้น แต่ประเด็นสำคัญของสัปดาห์คือการประชุมธนาคารกลาง โดย “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ระดับความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน ไม่ใช่ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง) ของคู่เงินเพิ่มขึ้นชัดเจน โดยออปชันอายุ 1 เดือน (1-month options: สัญญาออปชันที่หมดอายุใน 1 เดือน) ประเมินการแกว่งแรงขึ้นจากราว 7% เป็นมากกว่า 9.5% สะท้อนว่าผู้เล่นกำลังเตรียมรับการ “เบรกกรอบ” (breakout: หลุดกรอบแนวรับ/แนวต้าน) มากกว่าตลาดนิ่ง
กลยุทธ์รับความผันผวนและความเสี่ยงจากเหตุการณ์
การคาดว่า BoE จะคงดอกเบี้ยที่ 3.75% แต่มีความเห็นต่างภายในสูง ทำให้ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น แม้ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน 3.1% ในเดือนมีนาคมช่วยคลายกังวลบางส่วน แต่เงินเฟ้อทั่วไป (headline CPI: CPI รวมทุกหมวด) เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ขยับขึ้นเป็น 3.3% ทำให้กลุ่มที่มีท่าที “ตึงตัว” (hawkish: เน้นขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อ) ยังมีเหตุผลสนับสนุน นักเทรดอาจพิจารณากลยุทธ์ออปชันอย่าง “สแตรดเดิล” (straddle: ซื้อออปชัน Call และ Put ที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังได้กำไรเมื่อราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) เพื่อรับโอกาสที่ความผันผวนจะพุ่งหลังประชุม
ฝั่งดอลลาร์ ตลาดก็คาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ย ทำให้ดอลลาร์ไม่แข็งมาก รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls หรือ NFP: จำนวนงานใหม่ในสหรัฐนอกภาคเกษตร เป็นตัวชี้เศรษฐกิจสำคัญ) เดือนมีนาคมเพิ่ม 215,000 ตำแหน่ง ถือว่าแข็งแรงแต่ไม่เร่งเงินเฟ้อ จึงหนุนแนวทาง “รอดูข้อมูล” (wait-and-see) ภาพรวมนี้ทำให้ดอลลาร์มีโอกาสอ่อนต่อได้จำกัด เว้นแต่ Fed จะส่งสัญญาณ “ผ่อนคลาย” (dovish: โน้มไปทางลดดอกเบี้ย/ผ่อนนโยบาย) เกินคาดในวันพุธ
ข่าวภูมิรัฐศาสตร์เชิงบวกจากตะวันออกกลางช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงชั่วคราว รวมถึงเงินปอนด์ แต่ต้องชั่งกับความเสี่ยงการเมืองในประเทศของสหราชอาณาจักรที่อาจกดดัน แนวคิดนี้ทำให้แม้การถือ Call options ของ GBP/USD (Call option: สิทธิซื้อในอนาคต ใช้เมื่อมองว่าราคาจะขึ้น) ดูน่าสนใจ แต่การซื้อ Put เพื่อป้องกันขาลง (Put option: สิทธิขายในอนาคต ใช้ป้องกัน/ทำกำไรเมื่อราคาลง) ก็เป็นการ “เฮดจ์” (hedge: ลดความเสี่ยงพอร์ต) ที่รอบคอบ
สร้างบัญชี VT Markets แบบเรียลไทม์ และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้