ราคาทองคำในอินเดียปรับขึ้นในวันจันทร์ ตามข้อมูลที่ FXStreet รวบรวม โดยทองคำอยู่ที่ 14,367.49 รูปีต่อกรัม เพิ่มขึ้นจาก 14,310.60 รูปีเมื่อวันศุกร์
ทองคำเพิ่มขึ้นสู่ 167,581.00 รูปีต่อตลา จาก 166,917.50 รูปีต่อตลาในวันศุกร์ ราคามาตรฐานอ้างอิงอยู่ที่ 143,676.10 รูปีต่อ 10 กรัม และ 446,879.20 รูปีต่อทรอยออนซ์ (troy ounce: หน่วยชั่งน้ำหนักโลหะมีค่า 1 ทรอยออนซ์ราว 31.103 กรัม)
อัปเดตราคาทองคำอินเดีย
FXStreet คำนวณราคาทองคำในอินเดียด้วยการแปลงราคาทองคำโลก โดยใช้ค่าเงิน USD/INR (ดอลลาร์สหรัฐ/รูปีอินเดีย) และหน่วยชั่งน้ำหนักในประเทศ โดยอัปเดตราคาวันละครั้ง ณ เวลาที่เผยแพร่ และอาจต่างจากราคาตลาดท้องถิ่นเล็กน้อย
รายงานระบุว่า ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองและซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุด โดยซื้อเพิ่ม 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ตามข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดต่อปีนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล
ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) โดยปัจจัยที่มีผลต่อราคา ได้แก่ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk: ความตึงเครียด/ความขัดแย้งระหว่างประเทศ), ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย, อัตราดอกเบี้ย และการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
การวางสถานะในตลาดอนุพันธ์
เมื่อราคาทองคำยังแข็งแกร่ง ผู้ซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาทางการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์ เช่น ทองคำ) ตอบสนองต่อสัญญาณตลาดที่ขัดแย้งกัน บทบาทดั้งเดิมของทองคำในฐานะเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ (hedge against inflation: การถือสินทรัพย์เพื่อลดผลกระทบจากราคาสินค้าแพงขึ้น) และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ถูกทดสอบโดยนโยบายของธนาคารกลางในปัจจุบัน ส่งผลให้ตลาดมีแนวโน้มผันผวน (volatility: การขึ้นลงแรงของราคา) ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า และเปิดโอกาสให้ผู้ที่บริหารความเสี่ยงได้ดี
ถ้อยแถลงล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงต่อไป หลังรายงานเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2026 ออกมาสูงกว่าคาดที่ 3.1% ทำให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ดัชนีวัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) ทรงตัวแถวระดับ 106 ซึ่งโดยทั่วไปจะกดดันราคาทองคำ ดังนั้นผู้ซื้อขายบางส่วนจึงเตรียมรับความเสี่ยงที่ราคาจะย่อตัวระยะสั้น ด้วยการซื้อ “พุตออปชัน” (put option: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาอ้างอิงภายในเวลาที่กำหนด) โดยคาดว่าดอลลาร์แข็งอาจจำกัดการปรับขึ้นรอบล่าสุด
อย่างไรก็ดี แรงหนุนพื้นฐานของทองคำยังเด่นชัด ปัจจัยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคุกรุ่น ขณะที่ข้อมูลสภาทองคำโลกไตรมาส 1/2026 ระบุว่าธนาคารกลางซื้อทองเพิ่มอีก 290 ตัน สะท้อนการสะสมอย่างต่อเนื่อง อุปสงค์ที่ยืนยาวนี้ทำให้ผู้ซื้อขายจำนวนมากเลือกเปิดสถานะ “ลอง” (long position: ถือเพื่อคาดว่าราคาจะขึ้น) ผ่านสัญญาฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กำหนดราคาและวันส่งมอบ) หรือ “คอลออปชัน” (call option: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาอ้างอิงภายในเวลาที่กำหนด) โดยเดิมพันว่าแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven buying: การซื้อสินทรัพย์ที่มองว่าปลอดภัยในช่วงเสี่ยง) จะชดเชยแรงกดดันจากนโยบายดอกเบี้ย
หากย้อนดูในปี 2025 เคยเกิดภาพคล้ายกัน เมื่อราคาทองพุ่งจากความกังวลเศรษฐกิจถดถอยจนเกิดการลดดอกเบี้ยช่วงแรก ก่อนเผชิญแรงต้านในช่วงปลายปีเมื่อเงินเฟ้อยังสูง ช่วงดังกล่าวสะท้อนบทเรียนเรื่องความผันผวนของตลาด สำหรับผู้ที่ยังไม่มั่นใจทิศทาง แต่คาดว่าราคาจะขยับแรง กลยุทธ์ที่ทำกำไรจากความผันผวน เช่น “สตรัดเดิล” (straddle: ซื้อคอลและพุตที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังทำกำไรเมื่อราคาขยับแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) ได้รับความนิยมมากขึ้น