ข้อมูล CFTC สำหรับยูโรโซนแสดงว่า สถานะสุทธิ (Net positions) ของ EUR ในกลุ่มผู้เล่นเก็งกำไร (Non-commercial: นักลงทุนรายใหญ่ที่ไม่ได้ทำธุรกรรมเพื่อป้องกันความเสี่ยงของธุรกิจจริง) อยู่ที่ 41.3K สัญญา เพิ่มขึ้นจาก 26K สัญญาในรายงานก่อนหน้า
เรากำลังเห็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากของมุมมองเชิงบวกต่อยูโร โดยสถานะสุทธิฝั่งซื้อ (Net long: จำนวนสัญญาฝั่งซื้อหักลบด้วยฝั่งขาย) ของนักเก็งกำไรพุ่งขึ้นเป็น 41.3K จาก 26K ในสัปดาห์ก่อนหน้า ถือเป็นสัญญาณว่า “ผู้เล่นรายใหญ่” กำลังวางเดิมพันว่ายูโรมีโอกาสแข็งค่าขึ้นในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า และเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ที่มากที่สุดในรอบกว่า 6 เดือน
การเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะสะท้อนความแตกต่างของทิศทางนโยบายการเงิน (Policy divergence: ธนาคารกลางแต่ละประเทศ/ภูมิภาคเดินนโยบายไม่เหมือนกัน) ที่ชัดขึ้น โดยข้อมูลเงินเฟ้อยูโรโซนล่าสุดออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อยที่ 2.7% ทำให้ตลาดเชื่อว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจเลื่อนการลดดอกเบี้ย (Rate cuts: การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย) ออกไปเป็นช่วงปลายปี ขณะที่รายงานการจ้างงานสหรัฐล่าสุดเริ่มเย็นลงเล็กน้อย ทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะลดดอกเบี้ยในช่วงฤดูร้อนยัง “มีอยู่” ในมุมมองของตลาด
สำหรับผู้เทรด ประเด็นนี้ชี้ไปที่การถือสถานะ “ซื้อยูโร” ผ่านตราสารอนุพันธ์ (Derivatives: เครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน) โดยการซื้อออปชันแบบคอล (Call option: สิทธิในการซื้อคู่เงินที่ราคาที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด) ของ EUR/USD ที่หมดอายุเดือนมิ.ย. และก.ค. 2026 ช่วยจำกัดความเสี่ยงให้ชัดเจน (Defined risk: ขาดทุนสูงสุดจำกัด เช่น จำกัดที่ค่าเบี้ยออปชัน) เพื่อรับโอกาสจากการปรับขึ้นไปใกล้ระดับ 1.10 นอกจากนี้ ความผันผวนโดยนัย (Implied volatility: ความผันผวนที่ตลาด “ตีราคา” อยู่ในพรีเมียมออปชัน) ที่ยังต่ำ ทำให้ค่าเบี้ยออปชัน (Option premium: ราคา/ต้นทุนที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) ไม่แพงนัก